ตำราสุขภาพดี

ตำราสุขภาพดี

4 วิธีชะลอวัยทองในผู้หญิง (ป้องกันปัญหาวัยทองก่อนวัยอันควร !)

4 วิธีชะลอวัยทองในผู้หญิง (ป้องกันปัญหาวัยทองก่อนวัย!)

ช่วงวัยแต่ละช่วงของเรา แบ่งแยกได้จากอายุ สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเรา และ วัยทอง เป็นอีกหนึ่งช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก โดยเฉพาะในผู้หญิง… วัยทองในผู้หญิง คืออะไร ? วัยทอง คือช่วงที่ร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม เช่น การย่อยอาหาร การขับถ่าย การเคลื่อนไหว หรือความรู้สึกทางเพศที่ลดลง เป็นต้น ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจากภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน หรืออวัยวะบางส่วนทำงานน้อยลง โดยเฉพาะรังไข่ ทำให้ในวัยนี้จะไม่มีประจำเดือน หรือที่เรียกในอีกแบบหนึ่งก็คือ วัยหมดประจำเดือน นั่นเอง ช่วงอายุที่ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือนับตั้งแต่มีการขาดประจำเดือนมากกว่า 1 ปี  โดยจะมีอาการผิดปกติของร่างกายอื่น ๆ ร่วมด้วย วัยทองในผู้หญิง เสี่ยงภาวะอะไรบ้าง ? วิธีสังเกตสัญญาณเตือน “วัยทองในผู้หญิง” ผู้หญิงบางคนอาจขาดประจำเดือนก่อนช่วงอายุวัยทองปกติ (ประมาณ 40 ปี) ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พบไม่บ่อยนัก โดยจะเรียกว่า การเข้าสู่วัยทองก่อนวัย อาจทำให้พบปัญหาของวัยทองในช่วงเวลาที่บางคนยังไม่พร้อม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในเวลานั้น ๆ ได้ […]

4 วิธีชะลอวัยทองในผู้หญิง (ป้องกันปัญหาวัยทองก่อนวัย!) Read More »

ท้องเสียหนัก ? เช็กด่วน อาจเป็นเพราะโนโรไวรัส

ท้องเสียหนัก ? เช็กด่วน อาจเป็นเพราะโนโรไวรัส

โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร โดยมีระยะฟักตัว 12-48 ชั่วโมง ไวรัสชนิดนี้มีความทนทานต่อความร้อน ยาฆ่าเชื้อ และแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ทำให้สามารถแพร่เชื้อได้ง่ายถึงแม้ได้รับเชื้อในปริมาณน้อยก็ตาม โนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโต จนถึงผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กอาจมีอาการรุนแรงกว่าวัยอื่น ๆ อาการจากการติดเชื้อโนโรไวรัสในช่วง 24 – 48 ชั่วโมง มักจะมีอาการดังนี้ การดูแล รักษาตัวเองเบื้องต้น การป้องกันตัวเองจากโนโรไวรัส เนื่องจากเชื้อโนโรไวรัสติดต่อได้ง่าย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มียารักษาจำเพาะ การดูแลตัวเองให้รับประทานอาหาร และน้ำดื่มที่สะอาด รวมถึงการล้างมืออย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัสได้นั่นเอง แหล่งที่มา : โรงพยาบาลศิครินทร์, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์

ท้องเสียหนัก ? เช็กด่วน อาจเป็นเพราะโนโรไวรัส Read More »

ไตรกลีเซอไรด์สูง ภัยร้ายใกล้หัวใจและหลอดเลือด

ไตรกลีเซอไรด์สูง ภัยร้ายใกล้หัวใจและหลอดเลือด

ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันตัวร้ายที่อยู่ในอาหารเกือบทุกเมนูที่เราชอบ หากไม่ใส่ใจสุขภาพดี ๆ เจ้าไขมันนี้จะส่งผลอันตรายต่อร่างกายมากกว่าที่คิด…อาจถึงขั้นอันตรายต่อส่วนสำคัญของร่างกายอย่าง หัวและหลอดเลือดได้เลย ! ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ? ไขมันอีกประเภทที่เกิดจากกรดไขมันต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น มารวมกัน มักมาจากการกินอาหารที่มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลมาก  เมื่อกินอาหารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย ไขมันเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกายทันที และไขมันส่วนที่ไม่จำเป็นก็จะกลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ และสะสมไว้ในร่างกายส่วนอื่น ๆ เพื่อรอการนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้งานในครั้งถัดไป  ไตรกลีเซอไรด์ กับ คอเลสเตอรอล ! ไตรกลีเซอไรด์สูง ส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือดยังไง  ? ไตรกลีเซอไรด์จะอยู่ในกระแสเลือดในหลอดเลือดแดง เมื่อมีจำนวนไตรกลีเซอไรด์มากเกินความจำเป็นของร่างกาย หรือไม่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน ก็เหมือนเป็นเศษตกค้างไปติดอยู่ที่ผนังหลอดเลือด  ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดเกิดการอักเสบ หลอดเลือดแข็ง หรือมีไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการสูบฉีดเลือดของหัวใจ และเกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ และภาวะหัวใจวายได้นั่นเอง โรคและภาวะผิดปกติจากไตรกลีเซอไรด์ วิธีลดไตรกลีเซอไรด์ในร่างกาย ในทางการแพทย์มียาที่สามารถช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ แต่ก็มีการแนะนำให้ปรับพฤติกรรมบางอย่าง โดยเฉพาะการกินอาหาร เพราะไตรกลีเซอไรด์จะมาจากอาหารเป็นส่วนใหญ่ เช่น ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลนครธน : ภาวะไขมันในเลือดสูง คุมอาหารแบบไหนช่วยได้ หรือการทานสมุนไพรบางชนิด ที่มีสรรพคุณเกี่ยวกับการบำรุงระบบไหลเวียนเลือด และลดไขมันในเลือด

ไตรกลีเซอไรด์สูง ภัยร้ายใกล้หัวใจและหลอดเลือด Read More »

ลูกหายใจครืดคราด แก้ยังไง ?

ลูกหายใจครืดคราด แก้ยังไง ?

คุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจกำลังดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ค่อนข้างเป็นกังวล และตื่นตูมมากเมื่อลูกน้อยท่าทางบางอย่างที่ผิดปกติไปจากเดิม และรีบกดค้นหาหาอาการเหล่านั้นในเน็ตกันเป็นว่าเล่น ที่พบได้บ่อย คงเป็นอาการหายใจครืดคราดตอนลูกน้อย เด็กหายใจครืดคราด ปกติหรือไม่ ? หายใจครืดคราด เป็นเสียงนกหวีด ค่อนข้างเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กทารก และเด็กที่มีอายุ 3-6 ขวบขึ้นไป เพราะปอดของน้อง ๆ ยังมีขนาดเล็กอยู่ มีระบบทางเดินหายใจที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ โดยทั่วไป อาการนี้มักหายได้เองเมื่อลูกโตขึ้น แต่ในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแล สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ ลูกหายใจครืดคราด อาการหายใจครืดคราด หายใจเป็นเสียงนกหวีด สามารถเกิดจากปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน  อ่านเพิ่มเกี่ยวกับโรคหลอดลมอักเสบได้ที่  โรงพยาบาลนครธน : หลอดลมอักเสบ พบได้ทุกช่วงอายุ  วิธีดูแลเมื่อลูกหายใจครืดคราด ท่าเคาะปอดจะช่วยระบายเสมหะที่ติดค้างอยู่ในปอด และทางเดินหายใจ ทำให้เด็ก ๆ จะหายใจได้สะดวกมาก 1.ให้ใช้ผ้าขนหนู หรือสวมใส่เสื้อผ้าให้เด็ก ห้ามใช้มือสัมผัสกับผิวโดยตรง 2. ให้จัดท่าทางของเด็กให้อยู่ในท่านอนหงาย (หรือจะอยู่ในท่านอนคว่ำ หรือท่านอนตะแคง หรือจะอุ้มพาดบ่าก็ได้ ตามความเหมาะสม)  3.ใช้อุ้งมือค่อย ๆ เคาะลงไปบริเวณซี่โครงด้านบนของหน้าอกเบา ๆ หลีกเลี่ยงการเคาะลงที่หน้าอก ซี่โครงส่วนล่าง

ลูกหายใจครืดคราด แก้ยังไง ? Read More »

เป็นร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ สัญญาณเตือน โรคมะเร็งลิ้น !

เป็นร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ สัญญาณเตือน โรคมะเร็งลิ้น !

ใครมีแผลหรือร้อนในที่ลิ้นบ่อย ร้อนในหายช้า ต้องระวัง! เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายอย่างมะเร็งก็ได้! แต่จริงหรือไม่ที่ร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ จะเสี่ยงเป็นมะเร็งลิ้น? มาหาคำตอบพร้อมวิธีสังเกตและป้องกันได้ในบทความนี้ ร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ เสี่ยงมะเร็งลิ้น! จริงหรือไม่? ไม่เสมอไปค่ะ เพราะลักษณะของทั้งสองมีความคล้ายกันมาก โดยเราสามารถสังเกตได้จากอาการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งสองมีสาเหตุของการเกิดที่แตกต่างกัน เป็นร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ เกิดจากอะไร ? สาเหตุของการเกิดร้อนในที่ลิ้นยังไม่แน่ชัด แต่อาจมีที่มาจากสาเหตุเหล่านี้ ซึ่งอาจเป็นที่มาของการติดเชื้อบริเวณลิ้นแบบเรื้อรังได้ โดยปกติร้อนในที่ลิ้นจะดีขึ้นเป็นปกติใน 1-2 อาทิตย์ แม้จะไม่ได้ทายารักษา แต่ถ้าหากเป็นร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ เรื้อรัง ไม่หายสักที อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ   โรคมะเร็งลิ้น คืออะไร ? มะเร็งลิ้นคือมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลิ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่องปาก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณโคนลิ้นและตัวลิ้น โดยส่วนใหญ่มักเป็นชนิด มะเร็งสเควมัสเซลล์ (Squamous cell carcinoma) ซึ่งเป็นเซลล์มะเร็งผิวหนัง มีโอกาสแพร่กระจายไปส่วนอื่น ๆ ไม่สามารถรักษาให้หาย และมะเร็งลิ้นยังสามารถเกิดจากการติดเชื้อ HPV บางชนิดได้เช่นกัน อาการของโรคมะเร็งลิ้น วิธีสังเกตอันไหนร้อนใน อันไหนมะเร็งลิ้น ? ทั้งสองอย่างมีลักษณะคล้ายกันมาก

เป็นร้อนในที่ลิ้นบ่อย ๆ สัญญาณเตือน โรคมะเร็งลิ้น ! Read More »

8 วิธีปกป้องตัวเองจากฝุ่น PM2.5 ก่อนสายเกินไป!

8 วิธีปกป้องตัวเองจากฝุ่น PM2.5 ก่อนสายเกินไป!

ฝุ่น PM2.5 สร้างความกังวลใจให้กับคนไทย เนื่องจากฝุ่น PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมปอด และกระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อสุขภาพ การเรียนรู้วิธีรับมือ และป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM2.5 จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ วันนี้เรามี 8 วิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเองมาฝากกัน ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง ตรวจสอบค่า AQI ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อวางแผนกิจกรรมประจำวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากค่า AQI สูง ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหรือจำกัดเวลาให้น้อยที่สุด สวมหน้ากาก N95 หรือ N99 ช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และเปลี่ยนหน้ากากเป็นประจำเมื่อใช้งานต่อเนื่อง ใช้เครื่องฟอกอากาศ เลือกเครื่องที่มีแผ่นกรอง HEPA เพื่อดักจับฝุ่น PM2.5 และหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองเป็นประจำ ดื่มน้ำให้มาก ๆ

8 วิธีปกป้องตัวเองจากฝุ่น PM2.5 ก่อนสายเกินไป! Read More »

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตรุษจีน ที่คุณอาจไม่เคยได้ยิน

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตรุษจีน ที่คุณอาจไม่เคยได้ยิน

ตรุษจีน เทศกาลแห่งความสุขและการเริ่มต้นใหม่ของชาวจีน และผู้คนทั่วโลกที่มีเชื้อสายจีน แต่ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง ตำนานตรุษจีนกับสัตว์ร้าย เหนียน มีตำนานเล่าว่าสัตว์ร้าย ‘เหนียน’ จะออกมาทำร้ายคนในวันสิ้นฤดูหนาว ผู้คนจึงป้องกันโดยการใช้สีแดง ประดับไฟ จุดประทัด เมื่อเหนียนไปแล้ว ผู้คนจึงออกมาเฉลิมฉลองความปลอดภัยร่วมกัน การใช้สีแดงและการเฉลิมฉลองนี้จึงกลายเป็นที่มาของประเพณีตรุษจีนในปัจจุบัน ตรุษจีนไม่ได้มีแค่วันเดียว หลายคนเข้าใจผิดว่าตรุษจีนคือวันเดียวจบ แต่จริง ๆ แล้วเทศกาลนี้ยาวนานถึง 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันต้อนรับเทวดา ไปจนถึงเทศกาลโคมไฟ แต่ละวันก็จะมีกิจกรรมและความเชื่อที่แตกต่างกันไป เรียกได้ว่าฉลองกันยาว ๆ รับความเฮงกันไปเต็ม ๆ ความแตกต่างระหว่าง อั่งเปา และ แต๊ะเอีย ‘อั่ง’ แปลว่า แดง และ ‘เปา’ แปลว่า ซอง เมื่อรวมกันจึงกลายเป็น ซองสีแดง ส่วนคำว่า แต๊ะเอีย หมายถึง เงินหรือสิ่งที่อยู่ในซอง โดยนิยมใส่เงินในซองให้เป็นเลขคู่ (ยกเว้นเลข 4 เพราะออกเสียงคล้ายคำว่าความตาย) หรือเลขเรียงเพื่อสื่อถึงความสิริมงคล เช่น 888 800

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตรุษจีน ที่คุณอาจไม่เคยได้ยิน Read More »

ความดันโลหิตสูง เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ?

ความดันโลหิตสูง เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ?

ความดันโลหิตสูง คืออะไร ? ความดันโลหิตสูง  (Hypertension) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดมากภาวะหนึ่ง ซึ่งเกิดได้จากการกินอาหาร บางประเภทมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยค่าความดันสูงจะอยู่ที่ 130/80 ขึ้นไป (ค่าความดันปกติจะอยู่ที่ 120/80 หรือต่ำกว่านั้น)  ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้นั่นเอง ดูยังไง…ว่าค่าความดันโลหิตสูง ! อาการของความดันโลหิตสูง ในระยะแรก ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อความดันโลหิตสูงขึ้นมาก อาจมีอาการดังนี้ ความดันโลหิตสูง อันตรายแค่ไหน ? ความดันโลหิตสูง อันตรายต่อสุขภาพระยะยาวเป็นอย่างมาก และมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน หรือจะมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย มึนงง ใจสั่น คลื่นไส้ และหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ซึ่งเป็นอาการที่เกิดได้ทั่วไปมาก ๆ ทำให้หลายคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะนี้อยู่ โดยภาวะความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่เกิดจากการบีบตัวของหัวใจ สูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนในร่างกายเร็วและแรง ทำให้ภาวะนี้อาจมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนตามมาได้ ซึ่งเกิดได้จากหลอดเลือดแข็งตัว หรือมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง อาจเสี่ยงเกิดโรคเหล่านี้… ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความดันโลหิตสูงโดยตรง ต้องมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้ร่วมด้วย

ความดันโลหิตสูง เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ? Read More »

MPLM76 Post 08 1200x628px

ชี่ หรือ ลมปราณ คืออะไรกันแน่? ทำไมถึงเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนชีวิตเรา ?

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน “ชี่” (Qi) หรือ ลมปราณ คือพลังงานสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิต และขับเคลื่อนทุกสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย และธรรมชาติรอบตัวเรา การมีชี่ที่สมดุล เป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี ในทางกลับกัน หากชี่ไม่สมดุลก็อาจส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยหรืออาการผิดปกติต่าง ๆ ได้ ชี่ในร่างกายแบ่งเป็นหยิน และหยาง ชี่หยินมีลักษณะเย็น ให้ความสงบ และลดทอน ส่วนชี่หยางมีลักษณะร้อน ให้พลังงาน และกระตุ้น ทั้งสองทำงานประสานกันเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ที่มาของ ชี่ ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน หน้าที่สำคัญของ ชี่ ดูแล ชี่ อย่างไรให้สมดุล? หากชี่ในร่างกายไม่สมดุล อาจเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ เช่น ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือเกิดอาการเหนื่อยล้า ดังนั้น การดูแลชี่ในร่างกายให้สมดุล จึงไม่เป็นเพียงแค่การช่วยเสริมสุขภาพกาย และใจ แต่ยังช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพนั่นเอง แหล่งที่มา : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว

ชี่ หรือ ลมปราณ คืออะไรกันแน่? ทำไมถึงเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนชีวิตเรา ? Read More »

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ได้รับความนิยม มีการรักษากี่วิธี และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ได้รับความนิยม มีการรักษากี่วิธี และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การแพทย์แผนจีน เป็นศาสตร์การรักษาที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน มีเทคนิคการรักษา และดูแลสุขภาพที่หลากหลาย โดยมีหลักการสำคัญคือการปรับสมดุลของร่างกาย ซึ่งมองว่าร่างกายเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การปรับสมดุลของร่างกายแบบองค์รวมเป็นหลัก วิธีการรักษาแพทย์แผนจีนแต่ละแบบ การฝังเข็ม (Acupuncture) เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กฝังลงบนจุดต่าง ๆ บนร่างกาย โดยจุดเหล่านี้จะถูกเลือกตามเส้นลมปราณที่สัมพันธ์กับอวัยวะหรืออาการของผู้ป่วย มีประโยชน์ดังนี้ การครอบแก้ว (Cupping Therapy) คือการใช้แก้วสุญญากาศครอบผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการคั่งของของเสีย มีประโยชน์ดังนี้ การกัวซา (Gua Sha) เป็นการรักษาแบบบำบัดโดยการใช้อุปกรณ์ เช่น เขาสัตว์ หยกหรือหิน ขูดผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับพิษ มีประโยชน์ดังนี้ การนวดทุยหนา (Tui Na) เป็นการ นวด กดจุด ถู บีบ ดัดหรือกลิ้งบนจุดเส้นลมปราณตามร่างกาย เพื่อปรับสมดุลลมปราณภายใน กระตุ้นให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีประโยชน์ดังนี้ การรมยา (Moxibustion) คือการนำโกฐจุฬาลัมพามาจุดไฟแล้วจี้หรือรมบริเวณจุดฝังเข็ม เพื่อให้ความร้อนกระตุ้นการไหลเวียนของชี่ และเลือด พร้อมขจัดพิษในร่างกาย มีประโยชน์ดังนี้ แม้การรักษาแบบแพทย์แผนจีนจะเน้นการปรับสมดุลร่างกาย

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ได้รับความนิยม มีการรักษากี่วิธี และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง Read More »

Scroll to Top