ทั่วไป

MPL Post 08 RESIZE 1200x628 NOVEMBER

“ความสุข” ที่คุณสูบ…อาจต้องจ่ายด้วย “ทั้งชีวิต”

โดยตัวการหลักก็คือ นิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ซ่อนอยู่ในควันและไอระเหย ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรง ทำให้ผู้สูบรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย จนเกิดความรู้สึกอยากสูบอีก จนเสพติดไปเรื่อย ๆ นั่นเอง มาเช็กกันว่า ความสุขจากนิโคติน กำลังทำลายอะไรในตัวคุณบ้าง? หัวใจทำงานหนักขึ้นนิโคตินจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบตัวแรงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นทันทีที่สูบ หลอดเลือดตีบ และอุดตันง่ายขึ้นสารพิษในควัน และไอระเหย ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และหดตัวลง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน เพิ่มไขมันเลว (LDL) ลดไขมันดี (HDL)นิโคตินส่งผลให้สมดุลไขมันในร่างกายพัง เร่งให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้เร็วกว่าปกติ ทำลายปอดและระบบหายใจไม่ว่าจะมาจากควันบุหรี่หรือไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้า สารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ และถุงลมปอดโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพอง และหลอดลมอักเสบ กระตุ้นกรด สร้างแผลในกระเพาะนิโคตินกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากเกินความจำเป็น จนไปกัดผนังกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงนิโคตินจะคอยกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้แย่ลง ส่งผลให้แผลหายช้า รวมถึงเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น แผลหายช้า ผิวเสื่อมโทรมเมื่อเลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้เซลล์ผิวและเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนน้อยลง รวมถึงคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย ทำให้ผิวเสื่อมโทรมดูแก่ก่อนวัย เร่งเซลล์มะเร็งให้โตเร็วกว่าเดิมนิโคตินไม่เพียงแต่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เซลล์มะเร็งที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกายเติบโตและขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ระหว่าง “ความสุขชั่วคราว” กับ “สุขภาพที่ยั่งยืน” […]

“ความสุข” ที่คุณสูบ…อาจต้องจ่ายด้วย “ทั้งชีวิต” Read More »

MPL Post 06 RESIZE 1200x628 NOVEMBER

“ไมโครพลาสติก” ภัยจิ๋วตัวร้าย ทำลายเซลล์สมอง

รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้เราอาจกำลังกินหรือหายใจเอาพลาสติกจิ๋วเข้าไปโดยไม่รู้ตัว? โดยพลาสติกจิ๋ว หรือไมโครพลาสติก เป็นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ที่แฝงมากับอาหาร น้ำดื่ม เครื่องสำอาง หรือแม้แต่ฝุ่นในอากาศ โดยเข้าสู่ร่างกายของเราได้สามทาง คือ ผ่านทางการกิน – ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยที่สุด เช่น การดื่มน้ำจากขวดพลาสติก อุ่นอาหารแช่แข็งผ่านทางการหายใจ – อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 สามารถถูกสูดเข้าไปพร้อมกับการหายใจผ่านทางผิวหนัง – แม้จะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือยาบางชนิดก็อาจมีส่วนผสมของไมโครพลาสติกที่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ แล้วไมโครพลาสติก เข้าไปทำลายสมองของเราได้อย่างไร ?แทรกซึมสู่กระแสเลือด – เมื่อเรากิน หายใจ หรือสัมผัสเอาไมโครพลาสติกเข้าไป อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะสามารถแทรกซึมผ่านผนังลำไส้หรือปอด และวิ่งเข้าสู่กระแสเลือดได้ กระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง – ร่างกายจะมองว่าไมโครพลาสติกเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามกำจัด และทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เมื่อได้รับไมโครพลาสติกอย่างต่อเนื่อง การอักเสบนี้จะกลายเป็นภาวะเรื้อรัง ทะลุผ่านแนวกั้นสมอง – ภาวะอักเสบเรื้อรังนี้เองที่ทำให้ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (Blood-Brain Barrier) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสารอันตรายเข้าสู่สมองอ่อนแอลง และเกิดช่องโหว่ เปิดทางให้ไมโครพลาสติกเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้ รบกวนการทำงานของเซลล์สมอง – เมื่อไมโครพลาสติดเข้าไปในสมองแล้ว

“ไมโครพลาสติก” ภัยจิ๋วตัวร้าย ทำลายเซลล์สมอง Read More »

MPLSEO M8 Post 22

ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว อันไหนดีต่อสุขภาพกว่า ?

ขึ้นชื่อว่า ไขมัน ก็จะนึกภาพถึงของมัน ของทอด หรือแกงบางอย่างที่มีน้ำมันลอยอยู่ ซึ่งอาหารเหล่านี้ส่วนมากมักเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนจากไขมันได้ง่าย โดยจะเรียกไขมันนี้ว่า ไขมันอิ่มตัว  และยังมีไขมันอีกประเภทที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันส่วนเกิน และยังไม่ทำให้เสี่ยงกับโรคหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งพบไขมันประเภทนี้ในพวกอาหารทะเล โดยจะเรียกไขมันนี้ว่า ไขมันไม่อิ่มตัว หลายคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับไขมันสองประเภทนี้มาบ้าง แต่มันแตกต่างกันยังไง ? และทานอันไหนจะดีต่อสุขภาพและรูปร่างเรากว่ากัน ? ในบทความนี้จะมาอธิบายถึงไขมันทั้งสองประเภท ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งในแหล่งที่มาและการทำงานของมันในร่างกาย และมาตัดสินไปพร้อมกันว่าไขมันแบบไหนดีกว่ากัน! ซึ่งเราสามารถแบ่งไขมันทั้งสองประเภทได้ดังนี้… ไขมันอิ่มตัว และ ไขมันไม่อิ่มตัว แตกต่างกันยังไง ? ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว Tips : ไขมันประเภทโอเมก้า 3 จะเป็นไขมันที่จะช่วยกำจัดไขมันไม่ดีได้มากกว่าไขมันประเภทอื่น ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ จึงต้องหาจากอาหารเท่านั้น เช่น เนื้อปลา เป็นต้น ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว อันไหนดีต่อสุขภาพกว่า ? ไขมันทั้งสองประเภทมีความสำคัญต่อร่างกายแตกต่างออกไป แต่ไขมันไม่อิ่มตัว จะมีผลดีกับสุขภาพมากกว่า เพราะช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีกว่า ไม่ทำให้อ้วนจากไขมัน และยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ซึ่งหากใครต้องการลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนักอยู่ ไขมันไม่อิ่มตัวจะดีมากกว่า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ได้รับด้วย  ไขมันไม่อิ่มตัวอยู่ในอาหารเหล่านี้

ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว อันไหนดีต่อสุขภาพกว่า ? Read More »

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน !

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน !

โดยส่วนใหญ่คนมักเชื่อว่าไขมันทุกแบบที่เจอในอาหารทั้งหมดจะทำให้อ้วน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่สักทีเดียว! เพราะไขมันในอาหารมีหลายแบบ สามารถแบ่งได้เป็นไขมันดี หรือ HDL และไขมันไม่ดี หรือ LDL โดยในไขมันไม่ดีจะมีคอเลสเตอรอลไม่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอ้วนง่ายนั่นเอง คอเลสเตอรอลทั้ง 2 ประเภท ไขมันทรานส์ คือ… ไขมันทรานส์หรือไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันอีกประเภทที่มักพบได้ในทั้งเนื้อสัตว์ หรือน้ำมันทำอาหาร โดยไขมันทรานส์สามารถแข็งตัวได้ง่ายแม้อยู่ในอุณหภูมิห้อง และยังเป็นไขมันที่ทำให้เกิดการอุดตันในเลือด และเสี่ยงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ ทำไมทานแล้วอ้วน ? ไขมันทรานส์มักทำให้มีการเกิดของคอเลสเตอรอลที่มากขึ้น โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และลดการทำงานของคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) ลง ทำให้เกิดการสะสมของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ติดอยู่ตามผนังหลอดเลือด และทำให้มีไขมันส่วนเกินทั่วร่างกาย ส่งผลให้มีรูปร่างอ้วน และน้ำหนักขึ้นได้ง่ายกว่าปกตินั่นเอง ไขมันทรานส์ อยู่ในอาหารแบบไหนบ้าง ? ทานอะไรช่วยเพิ่มไขมันดี ?! ผักใบเขียว และผลไม้  ช่วยเรื่องการทำงานของตับ ให้ทำงานกรองไขมันไม่ดีออกและเปลี่ยนบางส่วนเป็นไขมันดี และสำหรับผักหรือผลไม้บางชนิดยังสามารถผลิตไขมันดีโดยเฉพาะ เช่น อะโวคาโด ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมัน LDL และไตรกลีเซอไรด์ ธัญพืช และถั่วต่าง ๆ 

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน ! Read More »

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ?

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ?

ก่อนทำเคมีบำบัดหรือคีโม ควรเตรียมตัวยังไง ? ให้พร้อมทำคีโมแบบกังวลน้อยลง ในบทความนี้มีวิธีเตรียมตัวง่าย ๆ มาให้อ่านกัน พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังทำคีโมมาให้แล้ว! การทำเคมีบำบัดจะแตกต่างไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประเภทของมะเร็งและความเหมาะสมของวิธีการรักษา ซึ่งการทำเคมีบำบัดทั้งแบบเม็ด ฉีดยา หรือการฉายรังสี โดยแต่ละแบบจะมีผลข้างเคียงที่ตามมา การเตรียมตัวก่อนทำเคมีบำบัด เป็นอีกส่วนที่จะช่วยให้ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากเคมีบำบัดได้ส่วนหนึ่ง เตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ? หลังการทำคีโม ร่างกายจะขาดน้ำไป อาจทำให้เกิดอาการพะอืดพะอมได้ โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนทำคีโมจะช่วยลดอาการขาดน้ำในร่างกายมากเกินไปได้ และควรจิบน้ำไปด้วยระหว่างการทำคีโม ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเก็บแรงไว้ตอนทำคีโม เพราะระหว่างการทำคีโมมักจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเหนื่อยล้าได้ และไม่ควรฝืนตัวเองหากรู้สึกไม่สบายตัว การทำคีโมอาจทำให้คลื่นไส้และอาเจียนได้ หรืออาจทำให้หมดแรง จึงควรทานอาหารไว้ก่อนในตอนที่ทานได้ เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร และยังช่วยเพิ่มสารอาหารไปบำรุงร่างกายอีกด้วย หลายคนมักกังวลใจมากที่ต้องได้รับการคีโม ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ฉะนั้นควรดูแลตัวเองให้จิตใจปลอดโปร่ง และคลายความเครียดให้น้อยลง จะช่วยให้รู้สึกเต็มที่กับการรักษา และผ่านการรักษาไปด้วยดีได้ สำหรับผู้ที่จะได้รับการทำเคมีบำบัดแบบฉายแสงบริเวณศีรษะ หรือลำคอ ควรรักษาสุขภาพฟันก่อน เพราะสามารถเกิดการติดเชื้อในรากฟัน หรือติดเชื้อในโพรงปากได้ง่ายนั่นเอง เตรียมของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าห่มผืนเล็ก กระติกน้ำ หนังสือหรือแท็บแล็ต หรือของทานเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถทานได้ โดยการเตรียมตัวเหล่านี้เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ครอบครัวหรือตัวผู้เข้ารับคีโมควรทำตามคำแนะนำแพทย์จะดีที่สุด

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ? Read More »

MPLSEO M6 Post 17

3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! (ฉบับพ่อ-แม่มือใหม่)

ที่ลูกชอบแหวะนมหลังทานเสร็จ เพราะอาจไม่ได้ทำสิ่งนี้! ในบทความนี้มี 3 ท่าง่าย ๆ ทำให้น้องเรอและจะช่วยลดการแหวะนมได้! อาการแหวะนมมักเกิดจากที่กระเพาะของน้องยังไม่เติบโตจนทำงานได้ดีพอเหมือนของพวกเรา เขาจึงต้องมีตัวช่วยให้น้องรู้สึกสบายตัวหลังทานเสร็จ วิธีที่นิยมใช้ก็คือ ทำให้เรอ เพราะเป็นการเอาลมออกจากท้อง ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องผูกได้นั่นเอง แต่ลักษณะอาการของการแหวะนมจะสับสนได้ง่าย เพราะมีความคล้ายการอาเจียนด้วยภาวะอื่น ๆ เช่น กรดไหลย้อน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันคือการแหวะนมจริง ๆ  ? ดูยังไงว่า แหวะนม หรืออาเจียน ? ทั้งสองอาการมีความแตกต่างกันมาก โดยสามารถสังเกตได้จาก สี และลักษณะของสิ่งที่ออกมาจากปากน้อง ๆ ซึ่งอาการแหวะนม จะมาในลักษณะสีขาวขุ่น และมักเกิดขึ้นหลังจากการทานนมแล้ว ด้วยการเติบโตของกระเพาะอาหารยังไม่ดีมาก ทำให้ไม่สบายตัวหลังทานนมเข้าไป  ส่วนอาเจียนจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นทันที แบบที่ไม่ตั้งตัว มักมีสาเหตุจากอาการป่วยอื่น ๆ เช่น กรดไหลย้อน สาเหตุที่ลูก “แหวะนม” สาเหตุที่ทำให้เด็กทารกแหวะนม มักมาจากความผิดปกติในร่างกายที่ทำให้น้องไม่สบายตัว เช่น   3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! 1.ท่าอุ้มพาดบ่า  โดยให้หน้าอกของลูกแนบกับอกของคุณแม่และคางของลูกอยู่บริเวณบ่าของคุณแม่ ใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะและลำตัวของลูก ส่วนอีกข้างลูบหลังเบา ๆ

3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! (ฉบับพ่อ-แม่มือใหม่) Read More »

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว!

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว!

หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารบางอย่างที่เรากินอยู่ทุกวัน กำลังทำร้ายผิวพรรณและเร่งให้ร่างกายเสื่อมโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่าตัวการเร่งแก่ที่เราควรเลี่ยงมีอะไรบ้าง น้ำตาลและของหวาน เช่น ขนมเค้ก, คุกกี้, น้ำอัดลม, ชาไข่มุก เมื่อร่างกายมีน้ำตาลมากเกินไปจากการทานอาหารหรือเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Glycation ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นลดลง และเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้น้ำตาลยังส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเสื่อมของเซลล์ อาหารปิ้งย่าง เช่น หมูกระทะ, เนื้อย่าง, บาร์บีคิว อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียมหรือปรุงสุกด้วยความร้อนสูงมาก ๆ อาจมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ และทำให้ร่างกายแก่เร็วขึ้น อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง, ของหมักดอง อาหารรสเค็มจัดหรือมีโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ รวมถึงส่งผลเสียต่อไต และหลอดเลือดในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยที่เร่งให้ร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้โซเดียมที่มากเกินไปอาจทำให้ผิวขาดน้ำ และดูหมองคล้ำได้อีกด้วย อาหารแปรรูป เช่น เบคอน, ไส้กรอก, แฮม, อาหารแช่แข็ง อาหารเหล่านี้มักอุดมไปด้วยสารกันบูด สี และไขมันที่ไม่ดี ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย และเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นในการกำจัดสารพิษ อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เฟรนช์ฟราย, ไก่ทอด,

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว! Read More »

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน อาการปวดไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณจากร่างกาย แต่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าระบบภายในกำลังเสียสมดุล มาดูกันว่า อะไรคือ 5 สาเหตุหลักของอาการปวด ตามศาตร์แพทย์แผนจีน ลม (风) ความเย็น (寒) ความชื้น (湿) เลือดคั่ง (瘀血) เลือดและชี่พร่อง (气滞不足) แนวทางการรักษาอาการปวด ศาสตร์แพทย์จีนเน้นการรักษาที่ต้นเหตุของอาการปวด เช่น หากปวดจากลม และความเย็น ก็จะรักษาด้วยการขับลม และเสริมหยาง นอกจากนั้นยังมีอีกหลายวิธีในการรักษาเช่น อย่างไรก็ตามการรักษาอาการปวดตามศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้น จำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุร่วมกับอาการอื่น ๆ ของผู้ป่วย รวมถึงชีพจร และลิ้น เพื่อให้การรักษาด้วยสมุนไพร การฝังเข็มหรือการนวดทุยหนา มีประสิทธิภาพสูงสุด อ้างอิง : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, คลินิกฝังเข็ม โรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้ Read More »

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่

บ่อยครั้งที่เราต้องเผชิญกับออาการปวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้อง หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่รู้จัก “จุดเหอกู่” จุดเหอกู่ (合谷) คือจุดฝังเข็มสำคัญที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ ตำแหน่งของจุดนี้อยู่บริเวณด้านหลังของมือ ระหว่างโคนนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ หากลองบีบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เข้าหากัน จะเห็นจุดที่นูนขึ้นมา นั่นคือจุดเหอกู่ เนื่องจากศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่า อาการปวด ต่าง ๆ มีสาเหตุมาจากการที่ ชี่ และเลือด ไหลเวียนไม่สะดวกหรือเกิดการติดขัดภายในร่างกาย เมื่อชี่ และเลือดสามารถกลับมาไหลเวียนได้อย่างราบรื่น อาการปวดเหล่านั้นก็จะทุเลาลง และหายไปในที่สุดนั่นเอง ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่ วิธีกดจุดเหอกู่ แต่มีข้อควรระวังอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือจุดเหอกู่ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวได้ รู้แบบนี้แล้ว…ถ้ารู้สึกปวด ก็อย่าลืมลองกดจุดเหอกู่ เพื่อบรรเทาอาการปวดด้วยตัวเองดูนะ อ้างอิง : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่ Read More »

MPLM81 Post 06 1200x628px

การเขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก อาจทำให้เสี่ยงมะเร็ง

เคยสังเกตไหม? เวลาไปจ่ายตลาดทีไร ก็มักจะเห็นปากเมจิกบนถุงอาหารที่เรากำลังซื้อจนชินตา แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า หมึกจากปากกาเมจิกสามารถซึมทะลุถุงได้ และสิ่งนี้อาจเป็นภัยเงียบที่กำลังทำร้ายสุขภาพของคุณอยู่โดยไม่รู้ตัว ทำไมแค่เขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก.ก็อาจกำลังเสี่ยงมะเร็ง เป็นเพราะหมึกปากกาเมจิกมีสารเคมีหลายชนิด รวมถึงสารเคมีที่เป็นตัวทำละลาย 2 ชนิด ซึ่งสารเคมีระเหยง่าย คือ และที่หมึกจากปากกาเมจิกสามารถซึมทะลุถุงเข้าไปได้นั้นเป็นเพราะ เมื่อถุงพลาสติกถูกความร้อน จะเกิดการขยายตัวขึ้น ทำให้ช่องว่างระหว่างโมเลกุลพลาสติกกว้างขึ้น ส่งผลให้ความชื้น อากาศ และสารเคมี สามารถแทรกซึมผ่านได้ง่ายขึ้น ทำให้หมึกของปากกาเมจิกซึมผ่านเข้ามาได้นั่นเอง หลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้อย่างไร? สำหรับผู้ซื้อ สำหรับผู้ขาย นอกจากการหลีกเลี่ยงปากกาเมจิกแล้ว ถุงพลาสติกเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะถุงร้อนใส่อาหารที่ได้มาตรฐาน จะทนความร้อนได้ 100-120 องศาเซลเซียส ทำให้สีหมึกไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้ โดยจะมีอยู่ 2 ชนิด การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยปกป้องคุณ และคนที่คุณรักจากความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดได้นั่นเอง อ้างอิง : Food Fun Fact, Mahidol Channel, รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,

การเขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก อาจทำให้เสี่ยงมะเร็ง Read More »

Scroll to Top