หลายคนมักปล่อยปละละเลยเมื่อตรวจพบว่าตัวเองมี “ภาวะความดันโลหิตสูง” เพียงเพราะรู้สึกว่าร่างกายยังแข็งแรงดีและไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ใช่ไหมคะ? แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางการแพทย์ขนานนามโรคนี้ว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่น่ากลัวที่สุดโรคหนึ่งเลยค่ะ
เพราะโรคนี้กำลังทำลายหลอดเลือดและอวัยวะภายในของเราไปอย่างช้า ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้เรามาเช็กกันค่ะว่า หากปล่อยให้ความดันสูงนาน ๆ จะเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง และเราจะมีวิธีรับมืออย่างไรให้ปลอดภัยค่ะ
ความดันโลหิตสูง เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง?
ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและเสื่อมสภาพ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนอันตราย ดังนี้ค่ะ:
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): หลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุดตัน ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้เฉียบพลันค่ะ
- โรคหัวใจและหลอดเลือด: เช่น โรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) รวมถึงโรคลิ้นหัวใจรั่วค่ะ
- โรคไตเรื้อรัง: หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง และนำไปสู่ภาวะไตวายในที่สุดค่ะ
- โรคตาและปัญหาสายตา: หลอดเลือดในตาตีบหรือแตก ทำให้จอประสาทตาเสื่อมและส่งผลให้ตาบอดได้ค่ะ
- โรคสมองเสื่อม (Dementia): การที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลงเรื่อย ๆ จากหลอดเลือดที่ตีบตัน จะส่งผลต่อความจำและความคิดค่ะ
ตารางเกณฑ์ค่าความดันโลหิตปกติ และความดันสูง 140 อันตรายไหม?
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เรามาเช็กค่าความดันโลหิตกันดีกว่าค่ะ โดยปกติการวัดความดันจะมี 2 ค่า คือ ค่าบน (Systolic) และค่าล่าง (Diastolic) ซึ่งสามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ตามตารางนี้เลยค่ะ:
| ระดับความดันโลหิต | ค่าบน (Systolic mmHg) | ค่าล่าง (Diastolic mmHg) | แนวทางและการดูแลตัวเอง |
| ความดันโลหิตปกติ | ต่ำกว่า 120 | และ ต่ำกว่า 80 | สุขภาพดีเยี่ยม รักษาสุขภาพแบบนี้ต่อไปนะคะ |
| ความดันโลหิตเริ่มสูง | 120 – 129 | และ ต่ำกว่า 80 | เริ่มมีความเสี่ยง ควรปรับพฤติกรรมการทานอาหารค่ะ |
| ความดันสูง ระยะที่ 1 | 130 – 139 | หรือ 80 – 89 | ควรปรึกษาแพทย์ และเริ่มปรับพฤติกรรมอย่างจริงจังค่ะ |
| ความดันสูง ระยะที่ 2 | 140 ขึ้นไป | หรือ 90 ขึ้นไป | มีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนสูง ต้องพบแพทย์เพื่อรับยาค่ะ |
| วิกฤตความดันสูง อันตราย! | สูงกว่า 180 | และ/หรือ สูงกว่า 120 | อันตรายมาก! ต้องไปพบแพทย์ทันทีห้ามรอนะคะ |

สัญญาณเตือนภัยเงียบ! สังเกตภาวะความดันโลหิตสูง อาการเตือนที่ต้องระวัง
ในระยะแรก โรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่แสดงอาการใด ๆ เลยค่ะ แต่เมื่อใดก็ตามที่ค่าความดันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือร่างกายเริ่มรับไม่ไหว อาจมีสัญญาณเตือนเหล่านี้แสดงออกมาค่ะ:
- มีอาการปวดศีรษะ ตื้อ ๆ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย มักเป็นบ่อยในตอนเช้าหลังตื่นนอนค่ะ
- มึนงง เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง เดินไม่มั่นคง
- ใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียอย่างหาสาเหตุไม่ได้
- ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเจน
- ในบางรายที่มีความดันสูงมาก ๆ อาจมีอาการเลือดกำเดาไหลร่วมด้วยค่ะ
สาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
โรคความดันโลหิตสูงเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกันค่ะ โดยสรุปเป็นหัวข้อหลัก ๆ ได้ดังนี้ค่ะ:
- อายุที่มากขึ้น: หลอดเลือดเสื่อมสภาพและแข็งตัวขึ้นตามวัยค่ะ
- พันธุกรรม: มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงค่ะ
- กินโซเดียมสูง: ชอบทานอาหารรสเค็มจัด อาหารหมักดอง และอาหารแปรรูปค่ะ
- เครียดสะสม: ร่างกายหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและหัวใจเต้นเร็วขึ้นค่ะ
- สูบบุหรี่และดื่มเหล้าจัด: สารเคมีทำลายผนังหลอดเลือด และกระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงขึ้นค่ะ
- ภาวะอ้วนลงพุง: น้ำหนักเกินเกณฑ์ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดค่ะ
5 วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความดันโลหิตแบบธรรมชาติ
- ลดกินโซเดียม: หลีกเลี่ยงเครื่องปรุง ผงชูรส และอาหารแปรรูป (ไส้กรอก แฮม ของดอง) เพราะโซเดียมจะอุ้มน้ำในร่างกาย ทำให้ปริมาณเลือดและแรงดันพุ่งสูงค่ะ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นกิจกรรมแอโรบิก เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ หรือว่ายน้ำ วันละ 20-30 นาที (5 วัน/สัปดาห์) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้หลอดเลือดค่ะ
- ลดเครียด นอนให้พอ: ฝึกสมาธิหรือหายใจเข้า-ออกลึก ๆ เพื่อควบคุมฮอร์โมนความเครียดไม่ให้ไปกระตุ้นจนหลอดเลือดหดตัวค่ะ
- คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์: การลดน้ำหนักและลดรอบเอว สามารถช่วยลดค่าความดันโลหิตลงได้อย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุดค่ะ
- บำรุงด้วยสมุนไพรจีน: สำหรับผู้ที่ความดันยังทรง ๆ หรืออยากได้ตัวช่วยธรรมชาติ ศาสตร์แพทย์แผนจีนจะเน้นปรับสมดุลเลือดลม
การเลือกทานสมุนไพรจีนสูตรเฉพาะอย่าง “อาน เก็ง อี้” จะช่วยดูแลระบบไหลเวียนโลหิต ลดความหนืดของเลือด และช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ อาน เก็ง อี้ สุดยอดสมุนไพรสำหรับคนไขมันความดันสูง ได้ ที่นี่ เลย
Q&A ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิตเกี่ยวกับความดันสูง
Q: ความดันสูงเกิน 150 กินยาความดันแล้วแต่ค่าก็ยังไม่ยอมลง ควรทำอย่างไรดีคะ?
A: ในกรณีที่ทานยาแล้วความดันยังสูงเกิน 150 มักเกิดได้จากหลายปัจจัยค่ะ เช่น ทานยาไม่ต่อเนื่อง, มีความเครียดสะสม หรือทานอาหารรสเค็มจัดโดยไม่รู้ตัว แนะนำว่าให้จดบันทึกค่าความดันเช้า-เย็นติดต่อกัน 1 สัปดาห์ แล้วนำไปปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อปรับขนาดยา หรือปรับเปลี่ยนชนิดของยา และไม่ควรหาซื้อยาความดันมาทานเพิ่มเองเด็ดขาดนะคะ
Q: สมุนไพรจีนลดความดันได้จริงไหม และแตกต่างจากยาเคมีอย่างไรคะ?
A: สมุนไพรจีนแผนโบราณมีส่วนช่วยลดความดันได้จริงค่ะ โดยจุดเด่นของศาสตร์แพทย์แผนจีนคือการเน้น “ปรับสมดุลจากภายใน” ช่วยบำรุงและฟื้นฟูหลอดเลือดให้ยืดหยุ่นดีขึ้น ลดความหนืดของเลือด ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก ต่างจากยาเคมีที่เน้นกลไกการขับปัสสาวะหรือขยายหลอดเลือดโดยตรง การทานสมุนไพรควบคู่จึงช่วยให้การควบคุมความดันมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อร่างกายมากขึ้นค่ะ
Q: ถ้าตรวจเจอความดันสูง แต่ร่างกายปกติดี ไม่มีอาการเวียนหัวเลย จำเป็นต้องดูแลตัวเองหรือกินยาไหมคะ?
A: จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ! อย่างที่คุณหมอบอกเสมอว่าความดันสูงคือ “ภัยเงียบ” การที่ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดเราไม่พัง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ควบคุม อวัยวะภายในอย่าง สมอง หัวใจ และไต จะค่อย ๆ เสื่อมลงจนเกิดโรคแทรกซ้อนเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
Q: คนอ้วนลงพุงมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนผอมจริงไหมคะ?
A: จริงค่ะ เนื่องจากผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง จะมีไขมันสะสมในช่องท้องและหลอดเลือดสูง ทำให้หัวใจต้องใช้แรงบีบตัวในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายมากกว่าปกติ หลอดเลือดจึงต้องรับแรงดันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ การลดน้ำหนักและลดรอบเอวจึงเป็นกุญแจสำคัญแรก ๆ ในการรักษาโรคความดันค่ะ
ข้อมูลอ้างอิง
- Mayo Clinic: Isolated systolic hypertension: A health concern?
- Mayo Clinic: 10 ways to control high blood pressure without medication
- Healthline: About Isolated Systolic Hypertension (High Systolic Blood Pressure)
- กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไทย
รู้ทัน ! สัญญาณเตือนสุขภาพ ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป… อ่านบทความความรู้สุขภาพ และเรื่องสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา baepaeliang.com





