ตำราสุขภาพดี

ตำราสุขภาพดี

มาทำความรู้จัก 'โรคแอนแทรกซ์' ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน ที่หลายคนสงสัยว่า... มันอันตรายแค่ไหนกัน ?

มาทำความรู้จัก ‘โรคแอนแทรกซ์’ ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) หรืออาจเป็นที่รู้จักในชื่อโรคกาลี เป็นโรคระบาดโรคหนึ่งในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสามารถพบสปอร์ของเชื้อได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในดิน หญ้า หรือแหล่งน้ำ จึงมักติดต่อสู่สัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหาร เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ นอกจากนี้ เชื้อแอนแทรกซ์ยังมีความทนทานต่อความร้อน และความเย็นได้ดี มีระยะฝักตัว 1 – 7 วัน หรืออาจนานถึง 60 วัน สามารถแพร่กระจายสู่สัตว์ชนิดอื่นหรือคนได้ โดยการติดต่อสู่คน จะสามารถติดต่อได้ 3 ทาง อาการของโรค ป้องกันได้อย่างไร แม้ว่าโรคแอนแทรกซ์ ไม่สามารถติดต่อโดยตรงจากคนสู่คนได้ เหมือนไข้หวัด การสัมผัสผู้ป่วยในชีวิตประจำวัน เช่น การพูดคุย จับมือ จึงไม่ทำให้ติดโรค แต่อย่างไรก็ตาม หากได้รับเชื้อแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที โรคนี้ก็อาจมีอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ด้วยความปรารถนาดีจากแบแป๊ะเลี้ยง แหล่งที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), […]

มาทำความรู้จัก ‘โรคแอนแทรกซ์’ ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน Read More »

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ลิ้นเปรียบเสมือนหน้าต่างที่สะท้อนสุขภาพภายในของเรา การวินิจฉัยจากลิ้น จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่แพทย์แผนจีนใช้ประเมินความสมดุลของ ชี่ (พลังงาน) เลือด และอวัยวะต่าง ๆ มาดูกันว่า สีลิ้น แบบต่าง ๆ บ่งบอกอะไรได้บ้าง ลิ้นสีแดงอมชมพู ลิ้นสีขาวซีด ลิ้นสีแดง ลิ้นสีแดงเข้ม ลิ้นสีคล้ำอมม่วง อย่างไรก็ตาม การดูสีของลิ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยเท่านั้น เพราะตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ยังต้องพิจารณาลักษณะอื่น ๆ เช่น รูปร่าง, ฝ้าบนลิ้น, ลักษณะของลิ้น เพิ่มเติมด้วยนั่นเอง ด้วยความปรารถนาดีจากแบแป๊ะเลี้ยง แหล่งที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว,

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย Read More »

อาหารค้างคืน...แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก 'อร่อย' เป็น 'อันตราย' ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน

อาหารค้างคืน…แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก ‘อร่อย’ เป็น ‘อันตราย’ ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน

หลายคนอาจคิดว่าอาหารเก็บไว้ในตู้เย็นแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยแต่รู้ไหมว่า…แค่ข้ามคืนเดียว อาหารอาจเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพ และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย มาดูกันว่า “อาหารค้างคืน” ซ่อนความเสี่ยงอะไรไว้บ้าง แบคทีเรียเติบโตแม้ในตู้เย็น เชื้อโรคบางชนิด เช่น Listeria monocytogenes สามารถทนความเย็นได้ดี แม้อุณหภูมิในตู้เย็นจะต่ำ แต่ไม่ได้หยุดการเติบโตของเชื้อโรคได้ 100% อุ่นใหม่…ไม่ปลอดภัยเสมอไป การอุ่นอาหารไม่ได้ทำลายเชื้อโรคได้ทั้งหมด รวมถึงสารพิษบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อนสูง คุณค่าลดลง…รสชาติเปลี่ยน การนำอาหารมาอุ่นซ้ำ สามารถทำให้สารอาหารบางชนิดลดลง เช่น วิตามินซี วิตามินบี รวมถึงทำให้รสชาติเปลี่ยนไปด้วย อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอาหารค้างคืน เคล็ด(ไม่)ลับ กินอย่างไรให้ร่างกายแฮปปี้ ของเหลือแม้ไม่ใช่ของเสีย…แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป อย่าให้ความเสียดาย…กลายเป็นต้นเหตุทำร้ายสุขภาพ แหล่งที่มา : กรมอนามัย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มหิดล แชแนล

อาหารค้างคืน…แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก ‘อร่อย’ เป็น ‘อันตราย’ ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน Read More »

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน

บำรุงต้นไม้ต้องดูที่ราก บำรุงร่างกายต้องดูที่เท้า เป็นสุภาษิตของจีน ที่บ่งบอกถึงการให้ความสำคัญของการดูแลเท้า เนื่องจากในศาสตร์การแพทย์แผนจีน เท้า เปรียบเสมือน หัวใจที่สอง ของร่างกาย เพราะเท้าเป็นจุดเริ่มต้น และสิ้นสุดของเส้นลมปราณหลายเส้น ซึ่งเชื่อมโยงกับอวัยวะภายในต่าง ๆ ทั่วร่างกายนั่นเอง เคล็ดลับการแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน ช่วงเวลาแช่เท้าที่เหมาะสม: 19.00 – 23.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เส้นลมปราณของตับ และไต ทำงานช้าลง การแช่เท้าในช่วงเวลานี้จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น น้ำแช่เท้าควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ 38 องศา – 43 องศา เพราะหากน้ำร้อนเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง แตกได้ นอกจากนี้ ความร้อนที่สูงเกินไปยังทำให้หลอดเลือดขยายตัวมากเกินไป อาจลดการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง และไต ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที เพราะเป็นระยะเวลาที่เพียงพอให้ร่างกายเกิดการตอบสนองต่อความร้อน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แช่ให้รู้สึกมีเหงื่อซึมบริเวณหน้าผากเล็กน้อย เพราะเป็นปฏิกิริยาที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อความร้อนอย่างเหมาะสม และในทางแพทย์แผนจีน เหงื่อซึมเป็นสัญญาณของการเคลื่อนที่ของพลังงาน (ชี่) ที่ดี

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน Read More »

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพกายและใจของเราทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่า “เพียงพอ” ในแต่ละช่วงวัยนั้นแตกต่างกันไป ? ชั่วโมงการนอนหลับที่เพียงพอของแต่ละวัย การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาวได้ เช่น เคล็ดลับการนอนให้เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ นอกจากการนอนให้เพียงพอตามช่วงวัย คุณภาพการนอน และเวลาที่เข้านอน ก็ส่งผลต่อสุขภาพไม่แพ้กัน ดังนั้น การนอนที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่รวมถึงช่วงเวลานอน และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยนั่นเอง แหล่งที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, อนามัยมีเดีย, หนังสือ นอนถูกวิธี สุขภาพดีตลอดชีวิต,

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ Read More »

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

ในปัจจุบัน ฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก นอกจากการสวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นสูงแล้ว การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันผลกระทบจากฝุ่นได้ วันนี้เราขอแนะนำ 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลกระทบจากฝุ่นที่เข้าสู่ร่างกาย กลุ่มอาหารที่มี เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) พบได้ใน – ผักผลไม้สีส้ม และเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง หรือ ผักสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรอกโคลี คะน้า กลุ่มอาหารที่มี ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) พบได้ใน – กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ คะน้า ผักกาดขาว กวางตุ้ง กะหล่ำดาว บรอกโคลี กลุ่มอาหารที่มี วิตามินซี (Vitamin C) พบได้ใน – ผักบุ้ง ผักโขม มันฝรั่ง ส้ม กีวี ฝรั่ง มะขามป้อม กลุ่มอาหารที่มี

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน Read More »

6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ

 6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ

เราอาจเคยได้ยินคำว่า หวัดลงคอ กันมาบ้าง ซึ่งเป็นคำเรียกของอาการไอ ระคายเคืองคอ เสียงแหบ หรือรู้สึกมีเสมหะในคอ และจริง ๆ แล้ว มันคืออะไรกันแน่ ? หวัดมีลำดับขั้นด้วยหรือ ? ในบทความนี้มีคำตอบมาให้แล้ว พร้อมวิธีแก้ไขอาการไอบ่อย ๆ ให้ด้วย ! หวัดลงคอ คืออะไร ? หวัดลงคอ คือคำเรียกอาการผิดปกติที่ลำคอ เช่น ไอ ไอแห้ง ระคายเคืองคอ มีเสมหะ เสียงแหบ โดยเกิดจากการติดเชื้อในลำคอ ส่งผลให้เกิดอาการเหล่านั้นได้ อาการของหวัดลงคอ หวัดลงคอสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลที่คน และทุกช่วงอายุ โดยอาการเหล่านี้มักหายเป็นปกติได้เองเมื่อไข้ลดลง แต่ก็อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้เช่นกัน สาเหตุของหวัดลงคอ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหวัดลงคอ คือ ไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อโรค จากไข้หวัด เสมหะที่ตกค้าง หรือมลพิษภายนอกที่เข้าไปในลำคอโดยจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้นั่นเอง ทั้งนี้มีปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น 6 วิธีแก้ไอบ่อย

 6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ Read More »

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน !

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน !

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองในคอ อาจไม่ได้เกิดจากอาการไข้อย่างเดียว ! โรคกรดไหลย้อนเองก็สามารถทำให้เกิดอาการไอได้เช่นกัน โดยจะรียกกันว่า โรคกรดไหลย้อนขึ้นคอ หรือ Laryngopharyngeal reflux (LPR) กรดไหลย้อนขึ้นคอ (LPR) คืออะไร ? ภาวะกรดไหลย้อนขึ้นคอ (Laryngopharyngeal reflux) คือภาวะที่น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารเหนือช่วงอก เช่น ลำคอส่วนบน คอหอย หรือบริเวณใกล้กับกล่องเสียง ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณลำคอ มีอาการไอ มีเสมหะ และอาจส่งผลให้มีน้ำมูก และขัดจมูกได้อีกด้วย กรดไหลย้อนขึ้นคอ กับ กรดไหลย้อนทั่วไป ต่างกันยังไง ? กรดไหลย้อนขึ้นคอ คือ กรดไหลย้อนขั้นที่อันตรายกว่า เพราะน้ำย่อยจะอยู่ในหลอดอาหารส่วนบนไปแล้ว คือ ลำคอ แทนที่จะอยู่ในหลอดอาหารช่วงอกเหมือนกรดไหลย้อนทั่วไป ซึ่งกรดไหลย้อนขึ้นคอ อาจความเสี่ยงติดเชื้อบริเวณลำคอได้ กรดไหลย้อนขึ้นคอ กรดไหลย้อนทั่วไป Tips: หูรูดหลอดอาหารส่วนบนและส่วนล่าง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อน โดยหูรูดหลอดอาหารส่วนบนจะเชื่อมกับลำคอ และหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะเชื่อมกับกระเพาะ สาเหตุของกรดไหลย้อนขึ้นคอ กรดไหลย้อนขึ้นคอ หรือกรดไหลย้อนทั่วไป อาจเกิดได้จากการบีบตัวของกระเพาะ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหูรูดในหลอดอาหารส่วนบนและส่วนล่าง 

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน ! Read More »

5 อาหารบำรุงตับ

5 อาหารบำรุงตับ

ตับคืออีกอวัยวะที่สำคัญของระบบการทำงานในร่างกาย ซึ่งทั้งสองระบบมีส่วนสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทำให้เราไม่อาจมองข้ามความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตับได้ หน้าที่ของ “ตับ” ตับทำหน้าที่สำคัญหลายอย่างในร่างกาย ตั้งการสร้างโปรตีนที่ใช้รักษาระบบไหลเวียนของเลือด ควบคุมการแข็งตัวของเลือด หรือแม้แต่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังเป็นตัวกรองสารพิษที่เข้ามาายในร่างกาย ทำให้ตับต้องมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากหัวใจ ฉะนั้นการรักษาสุขภาพตับไว้ให้แข็งแรง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ! ที่มาข้อมูล : ทำความเข้าใจหน้าที่ตับ พร้อมทริครักตับ 7 ประการ หากตับทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อร่างกายยังไงบ้าง ? เมื่อตับทำงานผิดปกติ อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีมากนัก และส่งผลต่อไปอีกกับการขับสารพิษในร่างกาย เช่น การปัสสาวะ หรือขับถ่าย เป็นต้น และภาวะผิดปกติของตับ มักจะไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นชัดมากนัก แต่ยังสามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้… อาการของร่างกาย เมื่อตับทำงานผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถบอกภาวะผิดปกติ แลความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับตับได้ โรคที่เกี่ยวกับตับ 5 อาหารบำรุงตับ Tips:ควรสมดุลการกินไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 (น้ำมันพืชหรือเนย) เสมอ เพราะโอเมก้า 6 มีส่วนกระตุ้นความเสี่ยงให้เกิดโรคตับมากขึ้นนั่นเอง นอกจากอาหารเหล่านี้ที่ช่วยลดภาวะผิดปกติที่จะเกิดขึ้น ก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในตับได้ เช่น

5 อาหารบำรุงตับ Read More »

เด็กทารกร้องไห้ไม่หยุด แบบไม่ทราบสาเหตุ แก้ไขยังไง ?

เด็กทารกร้องไห้ไม่หยุด แบบไม่ทราบสาเหตุ แก้ไขยังไง ?

เพราะเด็กทารกไม่สามารถพูดบอกกับเราได้ การร้องไห้จึงเป็นพฤติกรรมที่จะบ่งบอกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในตัวเด็ก ๆ และการที่พวกเขาร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้ขึ้นมาเฉย ๆ โดยที่เราไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากอะไรได้บ้าง ? ทารกร้องไห้ไม่หยุด เกิดจากอะไร ? การที่เด็กทารกร้องไห้ออกมา เป็นเหมือนสัญญาณเตือนบางอย่าง ที่กำลังบอกความผิดปกติของพวกน้องอยู่ ซึ่งอาจเกิดได้จาก 2 ภาวะนี้ ! 1.ภาวะโคลิค (Colic) ภาวะโคลิค (Colic) หรือภาวะที่เด็กจะร้องไห้เป็นเวลานานต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือกลางคืน และไม่มีสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ที่แน่ชัด มักเกิดในช่วงอายุ 1-2 เดือน แต่ภาวะนี้สามารถหายเองได้เมื่อเด็กโตแล้ว  วิธีสังเกตภาวะโคลิค (Colic) ในเด็กทารก ทารกที่มีภาวะโคลิคอาจสังเกตได้ยาก  เพราะมีความคล้ายคลึงกับการร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากตัวคุณพ่อ-คุณแม่ หรือรู้สึกไม่สบายตัวของเด็กทารกเอง 2.อาการป่วย และภาวะอื่น ๆ โดยการร้องไห้ที่เกิดจากอาการป่วย หรือภาวะอื่นจะมีลักษณะที่ต่างออกไป ซึ่งสามารถสังเกตได้จากลักษณะการร้อง ท่าทางของเด็กทารกที่แสดงออกมา เช่น ถ้าเด็กทารกร้องไม่สุดเสียง และร้องเป็นเวลานาน ๆ ปลอบยังไงก็ไม่หยุด ประกอบกับท่าทางที่เหนื่อยล้า และอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ จะหมายถึงว่าเด็กทารกมีอาการป่วย วิธีช่วยให้ทารกหยุดร้องไห้ อ่านข้อมูลสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่นี่ “ซิกหลี่ซั้ว” ความต้องการของเด็กทารกนั้นจะถูกแสดงออกมาผ่านการร้องไห้

เด็กทารกร้องไห้ไม่หยุด แบบไม่ทราบสาเหตุ แก้ไขยังไง ? Read More »

Scroll to Top