แบบองค์รวม

60 l ปวดคอหลังตื่นนอน 01

ปวดคอหลังตื่นนอน อาจไม่ใช่แค่ตกหมอน รู้ทันก่อนปวดเรื้อรัง

ปวดคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร? อาการปวดคอหลังตื่นนอนมักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อคอที่ตึงหรืออยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น หมอนสูงหรือต่ำเกินไป นอนในท่าที่ทำให้คอบิด หรือมีกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ตึงสะสมจากกิจกรรมระหว่างวันอยู่ก่อนแล้ว หากเป็นอาการจากกล้ามเนื้อตึงหรือใช้งานมากเกินไป ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้ แต่ถ้าเกิดซ้ำบ่อย ปวดต่อเนื่อง หรือมีอาการชา อ่อนแรง และปวดร้าวลงแขนร่วมด้วย อาจมีสาเหตุอื่นที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม ตกหมอนคืออะไร อาการแบบไหนที่พบบ่อย? “ตกหมอน” เป็นคำที่ใช้เรียกอาการปวดหรือตึงบริเวณคอหลังตื่นนอน ซึ่งมักสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อคอที่ตึงจากท่านอนหรือการรองรับศีรษะและคอที่ไม่เหมาะสม อาการที่มักพบ ได้แก่ อาการลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้ แต่หากเป็นซ้ำบ่อยหรืออาการไม่ดีขึ้น ก็ควรมองหาปัจจัยอื่นร่วมด้วย ปวดคอหลังตื่นนอน อาจเกิดจากสาเหตุอะไรได้อีก? การตื่นมาแล้วปวดคอไม่ได้เกิดจาก “ตกหมอน” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น 1. หมอนหรือท่านอนไม่เหมาะกับสรีระ 2. กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ตึงสะสม 3. ความผิดปกติของข้อต่อและกระดูกบริเวณคอ 4. เส้นประสาทบริเวณคอถูกกดหรือระคายเคือง ปวดคอแบบไหน เริ่มเข้าข่ายปวดคอเรื้อรัง? โดยทั่วไป อาการปวดที่เป็นต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำนานกว่า 3 เดือน จัดอยู่ในกลุ่มอาการปวดเรื้อรัง แต่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงระยะนั้นจึงค่อยพบแพทย์ หากอาการปวดคอไม่ดีขึ้นหรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน […]

ปวดคอหลังตื่นนอน อาจไม่ใช่แค่ตกหมอน รู้ทันก่อนปวดเรื้อรัง Read More »

58 l ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม 01

ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม? เช็กวิธีรับมือภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม? ความดันสูงแม้ไม่มีอาการก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอาจไม่รู้สึกผิดปกติ แต่หากความดันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้ หากวัดความดันได้ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปซ้ำ ๆ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม แม้จะไม่มีอาการก็ตาม เพราะการวัดความดันเป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการตรวจพบภาวะนี้ วัดความดันได้ 140–150 แต่ไม่มีอาการ ถือว่าสูงหรือยัง? หากวัดได้ 140–150 มม.ปรอทเพียงครั้งเดียว ยังไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง เพราะค่าความดันสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากความเครียด การออกกำลังกาย คาเฟอีน หรือวิธีวัดที่ไม่ถูกต้อง แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ยังคงใช้ค่าความดันที่สถานพยาบาลตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป เป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย โดยควรประเมินจากการวัดมากกว่าหนึ่งครั้ง และอาจใช้การวัดความดันที่บ้านร่วมด้วยเพื่อยืนยันผล ถ้าจะวัดความดันที่บ้านให้ใกล้เคียงค่าจริง ควรพักอย่างน้อย 5 นาทีก่อนวัด นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น วางแขนให้อยู่ระดับหัวใจ และหลีกเลี่ยงกาแฟ บุหรี่ หรือการออกกำลังกายในช่วง 30 นาทีก่อนวัด ระดับความดันแบบไหนควรเฝ้าระวัง? ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 มีการเพิ่มกลุ่ม “BP at

ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม? เช็กวิธีรับมือภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม Read More »

นอนพอแต่ทำไมยังเพลีย? เช็กสาเหตุความดันต่ำที่หลายคนมองข้าม

นอนพอแต่ทำไมยังเพลีย? เช็กสาเหตุความดันต่ำที่หลายคนมองข้าม

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยมีความรู้สึกแบบนี้นะคะ ทั้งที่เมื่อคืนก็เข้านอนเร็ว นอนหลับเต็มอิ่มครบ 8 ชั่วโมงตามเกณฑ์ทุกอย่าง แต่พอตื่นเช้ามากลับรู้สึกหัวตื้อ ร่างกายหนักอึ้ง เหมือนพลังงานโดนสูบหายไปหมดจนต้องพึ่งกาแฟตลอดทั้งวัน  อาการ “นอนพอแต่ยังเพลีย” เป็นปัญหายอดฮิตที่ชวนให้หงุดหงิดใจมากค่ะ หลายคนมักเหมาเอาเองว่าเราคงแค่เครียดหรือพักผ่อนไม่สนิท แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณ เตือนของภาวะ “ความดันโลหิตต่ำ” ที่เรากำลังมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ นอนพอ แต่ทำไมยังเพลีย? เกี่ยวกับความดันต่ำอย่างไร ภาวะนอนพอแต่ยังเพลีย สัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตต่ำโดยตรงค่ะ เพราะเมื่อแรงดันในหลอดเลือดต่ำกว่าปกติ (ต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท) ร่างกายจะไม่มีแรงส่งเลือด ลมปราณ ออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ เปรียบเหมือนปั๊มน้ำที่แรงดันตก ส่งผลให้คุณตื่นมาแล้วรู้สึกอ่อนล้า สมองตื้อ และเพลียเรื้อรังเหมือนชาร์จแบตเตอรี่ไม่เข้า แม้จะนอนหลับมาหลายชั่วโมงก็ตาม เช็กสัญญาณเตือน อาการแบบไหนคือเพลียจากความดันต่ำ ลองมาเช็กกันดูหน่อยค่ะว่า อาการเหนื่อยล้าที่คุณกำลังเป็นอยู่ เข้าข่ายภาวะความดันโลหิตต่ำแฝงหรือไม่ โดยอาการมักจะแสดงออกชัดเจนในชีวิตประจำวันดังนี้ค่ะ: ความดันต่ำแบบไหนอันตราย? สัญญาณวิกฤตที่ต้องระวัง โดยทั่วไป ภาวะความดันต่ำที่ไม่มีอาการรุนแรงอาจไม่น่ากังวลเท่าความดันโลหิตสูงค่ะ แต่ถ้าหากตัวเลขความดันตัวบนดิ่งต่ำกว่า 90 มม.ปรอท ร่วมกับมีอาการผิดปกติเฉียบพลัน เหล่านี้คือ “สัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต”

นอนพอแต่ทำไมยังเพลีย? เช็กสาเหตุความดันต่ำที่หลายคนมองข้าม Read More »

คุมอาหารแล้ว แต่ค่าไขมันไม่ลด? เช็ก 5 สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขไม่ขยับ

คุมอาหารแล้ว แต่ค่าไขมันไม่ลด? เช็ก 5 สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขไม่ขยับ

คุมอาหารจนเหนื่อย ชั่งน้ำหนักทีไรเข็มก็อยู่ที่เดิม ส่องกระจกดูพุง ไขมันก็ยังไม่ขยับไปไหนเลยใช่ไหมคะ? หลายคนท้อจนอยากจะเลิกกินสลัดแล้วกลับไปซบชาบู แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปค่ะ! ปัญหานี้หลายคนเจอเยอะมาก  ในมุมของร่างกาย กลไกการลดไขมันไม่ใช่แค่เรื่องของ “กินน้อยลงแล้วจะผอมลง” เสมอไปค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับ ฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ และสารอาหารที่ได้รับอีกด้วย  คุมอาหารแล้ว แต่ไขมันไม่ลด เกิดจากอะไร? คำตอบคือ เกิดจากระบบเผาผลาญลดต่ำลงจากการกินน้อยเกินไป (Starvation Mode) จนร่างกายกักเก็บไขมันไว้เป็นพลังงานสำรอง หรือเกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน (ดื้ออินซูลินและคอร์ติซอลสูง) จากความเครียด แคลอรีแฝง และการนอนน้อย ทำให้ร่างกายเลือกสลายกล้ามเนื้อมาใช้แทนไขมัน เช็ก 5 สาเหตุที่ทำให้ คุมอาหารแต่ไขมันไม่ลด  1. กินน้อยเกินไปจนระบบเผาผลาญ “จำศีล”  หลายคนคิดว่ายิ่งกินน้อย ยิ่งผอมไว เลยหักดิบกินวันละไม่ถึง 1,000 แคลอรี กลไกของร่างกายมนุษย์เมื่อมันรู้สึกว่าได้รับอาหารน้อยลงผิดปกติ มันจะคิดว่าเรากำลังอยู่ในภาวะ “อดอยาก” ร่างกายจะปรับลดการเผาผลาญลงทันทีเพื่อความอยู่รอด ทีนี้พอคุณกินอะไรเข้าไปนิดเดียว ร่างกายก็จะรีบกักเก็บสกัดออกมาเป็น “ไขมัน” ทันทีเพราะกลัวอดอีก 2. ขาด “โปรตีน” ไขมันเลยไม่ยอมขยับ คุมอาหารแต่เน้นกินผัก กินผลไม้

คุมอาหารแล้ว แต่ค่าไขมันไม่ลด? เช็ก 5 สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขไม่ขยับ Read More »

54 l อย่าปล่อยให้แผลเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ 01

อย่าปล่อยให้แผลเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่! 3 อาการแผลติดเชื้อที่ต้องพบหมอทันที

ไม่ว่าจะเป็นแผลมีดบาดตอนทำอาหาร แผลถลอกจากการสะดุดล้ม หรือแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ จากสิ่งของบาด ผิวหนังของเราที่ฉีกขาดออกก็คือประตูบานใหญ่ที่เปิดรับให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นค่ะ หลายคนมักจะคิดว่า “แผลแค่นิดเดียว เดี๋ยวก็หายเอง” แต่ทราบไหมคะว่า หากเราดูแลไม่ถูกวิธี แผลเล็ก ๆ เหล่านั้นอาจกลายเป็น แผลติดเชื้อ ที่ลุกลามจนเป็นเรื่องใหญ่ได้  วันนี้เรามาเช็กกันค่ะว่า อาการแบบไหนที่กำลังเตือนว่าแผลของคุณกำลังติดเชื้อและต้องไปพบคุณหมอทันทีค่ะ สรุปอาการแผลติดเชื้อที่ต้องพบหมอทันที หากบาดแผลของคุณมีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจรักษาค่ะ: เจาะลึก 3 อาการแผลติดเชื้อ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก ลองสังเกตบาดแผลอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แปลว่าเชื้อแบคทีเรียกำลังจู่โจมร่างกายของเราแล้วค่ะ 1. ผิวหนังรอบบาดแผลมีอาการ บวม แดง และรู้สึกร้อนผิดปกติ 2. มีหนองไหล หรือมีของเหลวที่มีกลิ่นเหม็น 3. มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกปวดแผลรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 3 ความเชื่อผิด ๆ ในการดูแลแผลติดเชื้อที่ต้องหยุดทำทันที! บางครั้งความเคยชินเก่า ๆ ก็อาจจะทำร้ายบาดแผลของเราโดยไม่รู้ตัวค่ะ มาดูกันค่ะว่ามีความเข้าใจผิดอะไรบ้างที่เราควรปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย ความเชื่อที่

อย่าปล่อยให้แผลเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่! 3 อาการแผลติดเชื้อที่ต้องพบหมอทันที Read More »

ไขมันสูง กินอะไรดี? 5 อาหารล้างหลอดเลือด กินอย่างถูกวิธี ช่วยลดโอกาสลิ่มเลือดอุดตันได้

ไขมันสูง กินอะไรดี? 5 อาหารล้างหลอดเลือด กินอย่างถูกวิธี ช่วยลดโอกาสลิ่มเลือดอุดตันได้

หลายคนที่ไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเองมีภาวะ “ไขมันในเลือดสูง” หรือรู้สึกว่าช่วงนี้มีอาการวิงเวียน มึนงงง่าย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะ “เลือดข้น” คงกำลังกังวลใจอยู่ใช่ไหมคะ? ไม่ต้องกังวลไปนะคะ วันนี้ สมุนไพรจีน แบ แป๊ะ เลี้ยง มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากค่ะ ทราบไหมคะว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่เราเลือกทานเข้าไปในแต่ละมื้อนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่สุด ตามหลักการแพทย์แผนจีน อาการเลือดข้นและไขมันสูง มักมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่สมดุล จนไปขัดขวางทำให้ภาวะชี่ (พลังงาน) ติดขัด และพลอยทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกไปด้วย แต่ในทางกลับกัน “อาหารก็คือยารักษาที่ดีที่สุด” ค่ะ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเลือกทานอาหารล้างหลอดเลือด อย่างถูกวิธี อาหารเหล่านี้จะเข้าไปช่วยสลายสิ่งอุดตัน ขจัดไขมันร้าย และช่วยให้หลอดเลือดของเราโล่งโปร่ง เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้นได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้างที่ควรหามาทานในมื้อต่อไปค่ะ 5 อาหาร ล้างหลอดเลือด กินได้ทุกวัน 1. เห็ดหูหนูดำ (Wood Ear Mushroom) 2. กระเทียม (Garlic) 3. ปลาทะเล (Sea Fish) 4. ขิง (Ginger) 5.

ไขมันสูง กินอะไรดี? 5 อาหารล้างหลอดเลือด กินอย่างถูกวิธี ช่วยลดโอกาสลิ่มเลือดอุดตันได้ Read More »

แก้คำ ลมค้าง

เผยความลับ ‘ลมค้าง’ ในลำไส้ ต้นตออาการปวดท้องวิงเวียนศีรษะ

อาการปวดท้อง ท้องอืด หรือมีลมในกระเพาะ อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็เป็นกันได้ แต่ถ้าอาการเหล่านี้มาพร้อมกับความรู้สึกเวียนหัว บ้านหมุน หรือหน้ามืดบ่อยครั้ง นั่นอาจไม่ใช่แค่โรคกระเพาะอาหารทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณของ “ลมค้าง” ในลำไส้ที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดและพลังงานทั่วร่างกายค่ะ อาการ ลมค้าง คืออะไร? ในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีน “ลมค้าง” คือสภาวะที่ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานไม่สมดุล ส่งผลให้มีแก๊สหรือลมสะสมอยู่ในลำไส้มากเกินไปจนกลายเป็นแรงดัน ลมเหล่านี้จะไปขัดขวางการไหลเวียนของพลังชี่ (Qi) และเลือด ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายของเสียออกมาได้ตามธรรมชาติ เมื่อลมสะสมจนล้น แรงดันจะวิ่งขึ้นสู่เบื้องบนรบกวนระบบประสาทและสมองนั่นเองค่ะ ทำไมลมค้างถึงทำให้ “ปวดท้องวิงเวียนศีรษะ”? หลายคนอาจสงสัยว่าลำไส้กับหัวเกี่ยวข้องกันอย่างไร ตามกลไกของร่างกายเมื่อมีลมค้างสะสมในช่องท้องปริมาณมาก แรงดันมหาศาลจะดันกะบังลมขึ้นไปและรบกวนการไหลเวียนเลือดที่จะขึ้นไปเลี้ยงศีรษะ อาการวิงเวียนจากลมค้าง มักจะมีลักษณะปวดหนัก ๆ ตุบ ๆ บริเวณขมับหรือท้ายทอย และมักจะปวดมากขึ้นหลังจากทานอาหารมื้อหนักค่ะ นอกจากนี้ ในทางศาสตร์จีนเชื่อว่า “ลม” มีคุณสมบัติเคลื่อนที่ขึ้นที่สูงเสมอ เมื่อลมในลำไส้ปั่นป่วนมันจะนำพาความร้อนและแรงดันพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ ส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด ปวดขมับ หรือรู้สึกหนักหัวเหมือนมีอะไรมากดทับ ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในคนที่มีปัญหาลมค้างเรื้อรังค่ะ 5 สัญญาณเตือนว่าคุณมี “ลมค้าง” สะสมมากเกินไป วิธีขับลมในลำไส้ และการปรับสมดุลเพื่อไล่ลมค้าง ใช้ศาสตร์สมุนไพรจีน “โซว หะ

เผยความลับ ‘ลมค้าง’ ในลำไส้ ต้นตออาการปวดท้องวิงเวียนศีรษะ Read More »

MPl SEO MAY IMAGE 1

แค่ไมเกรน หรือเส้นเลือดสมองตีบ? 3 จุดเช็กอาการ ‘ปวดหัว’ ที่ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด

อาการปวดหัวเป็นเรื่องที่ใครก็เป็นได้ใช่ไหมคะ? จนบางครั้งเราก็เผลอชะล่าใจคิดว่าแค่พักผ่อนน้อยหรือ เป็นไมเกรนธรรมดา เดี๋ยวก็หาย แต่รู้ไหมคะว่าในบางครั้งร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนที่อันตรายกว่านั้น คำถามที่หลายคนกังวลคือ ปวดหัวข้างเดียวเสี่ยงไหม? วันนี้ แบ แป๊ะ เลี้ยง สรุปมาให้แล้วค่ะว่า ปวดแบบไหนคือ “สัญญาณอันตราย” ที่ต้องระวังเรื่องเส้นเลือดสมอง 3 จุดเช็กอาการปวดหัว…สัญญาณเตือนสโตรก (Stroke) ลองสำรวจตัวเอง หรือคนใกล้ชิดดูนะคะ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ ปวดไมเกรน VS เส้นเลือดสมองตีบ ต่างกันอย่างไร? ถ้าปล่อยอาการปวดหัวไว้ อันตรายอย่างไร? หากเราเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเหล่านี้ ความเสี่ยงที่อาจตามมานั้นรุนแรงกว่าที่คิดค่ะ วิธีการดูแลและป้องกันจากต้นเหตุ ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ ส่วนใหญ่มาจาก “ความดันโลหิตสูง” และ “ไขมันในเลือดสูง” ที่สะสมมานานจนหลอดเลือดตีบตัน ด้วยความห่วงใย เราแนะนำให้ปรับพฤติกรรมดังนี้ค่ะ ทางเลือกการดูแลด้วย อาน เก็ง อี้  หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการดูแลหลอดเลือดให้แข็งแรง อาน เก็ง อี้ คือตำรับสมุนไพรจีนที่ส่งต่อความไว้วางใจมานานกว่า 200 ปี เพราะ “การป้องกัน” ดีกว่าการรักษาเสมอ อย่าปล่อยให้สัญญาณเตือนเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องสายเกินไปนะคะ

แค่ไมเกรน หรือเส้นเลือดสมองตีบ? 3 จุดเช็กอาการ ‘ปวดหัว’ ที่ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด Read More »

ฮอร์โมนแกว่ง อารมณ์แปรปรวน ไม่ใช่นิสัย แต่คือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกาย

ฮอร์โมนแกว่ง อารมณ์แปรปรวน ไม่ใช่นิสัย แต่คือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกาย

อารมณ์แปรปรวนเกิดจากอะไร? อารมณ์ขึ้นลงง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล อาจไม่ได้เป็นนิสัย แต่เกิดจาก “ฮอร์โมนไม่สมดุล” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ การนอน และความรู้สึกในแต่ละวัน โดยเฉพาะในผู้หญิง หลายครั้ง…คุณไม่ได้ “คิดมาก” แต่ร่างกายกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างอยู่ ฮอร์โมนเกี่ยวอะไรกับอารมณ์? ฮอร์โมนมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ ความเครียด และการนอนของผู้หญิง ฮอร์โมนในร่างกายผู้หญิง ไม่ได้ควบคุมแค่เรื่องร่างกาย แต่มันเชื่อมกับ “ความรู้สึก” แบบที่คุณอาจไม่คาดคิด เวลาฮอร์โมนแปรปรวน คุณอาจจะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่อง “คิดไปเอง” แต่มันคือผลของฮอร์โมนที่กำลังเสียสมดุล เช็กสัญญาณว่าคุณ “ฮอร์โมนกำลังแกว่ง” ผู้หญิงหลายคนอยู่กับอาการเหล่านี้ โดยไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร ลองสังเกตตัวเองดูว่า ช่วงนี้คุณมีอาการแบบนี้ไหม ถ้ามีหลายข้อ…อาจไม่ใช่เรื่องนิสัยแล้ว แต่เป็น “สัญญาณจากร่างกาย” มากกว่า สาเหตุของฮอร์โมนแปรปรวน ฮอร์โมนไม่ได้เปลี่ยนแค่เพราะถึงรอบเดือน แต่ “ไลฟ์สไตล์” ของแต่ละคน ก็มีผลมากกว่าที่คิด โดยสาเหตุที่พบบ่อย เช่น พอสิ่งเหล่านี้สะสม ร่างกายจะเริ่มรวนแบบเงียบ ๆ หากมีอาการข้างต้นอย่างต่อเนื่อง สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “สาเหตุประจำเดือนมาไม่ปกติ” ได้ในบทความนี้ ทำไมไม่ควรมองว่าเป็น “นิสัย” ผู้หญิงหลายคนใช้ชีวิตโดยคิดว่า

ฮอร์โมนแกว่ง อารมณ์แปรปรวน ไม่ใช่นิสัย แต่คือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกาย Read More »

ไม่อ้วนก็เสี่ยง! ความจริงโรคความดันสูง ที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่าง

ไม่อ้วนก็เสี่ยง! ความจริงโรคความดันสูง ที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่าง

หลายคนเชื่อว่า “ถ้ายังไม่อ้วน ก็ยังไม่ต้องกังวลเรื่องความดัน” แต่ความจริงคือ คนรูปร่างปกติหรือผอม ก็มีโอกาสเป็นความดันสูงได้ไม่แพ้กัน และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คนกลุ่มนี้มัก “ไม่เคยรู้ตัว” เพราะคิดว่าตัวเองยังแข็งแรงดี คนผอมเป็นความดันสูงได้ไหม? คำตอบ : ได้ และปัจจุบันยังสามารถพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย เพราะโรคความดันโลหิตสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม เช่น การกินเค็มมากเกินไป มีความเครียดสะสม การนอนน้อย และพันธุกรรม นี่คือเหตุผลที่หลายคน “ดูเหมือนสุขภาพดี” แต่กลับมีความดันสูงโดยไม่รู้ตัว สาเหตุส่วนใหญ่ มาจากพฤติกรรมที่หลายคนทำในทุก ๆ วัน จนไปกระทบปัจจัยเหล่านี้ ของร่างกาย  นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณไม่อ้วน ก็ยังมีความเสี่ยงได้เหมือนกัน สาเหตุความดันสูงในคนไม่อ้วน หลายพฤติกรรมที่พบได้ในคนทำงานยุคนี้ กลับกลายเป็นตัวเร่ง ภาวะความดันสูง โดยไม่รู้ตัว 1. กินอาหารรสเค็ม มากเกินไป  ในยุคนี้มีการบริโภค อาหารสำเร็จรูป กันอย่างมาก ทั้งจากร้านอาหาร หรือการซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอาหารเหล่านี้มีโซเดียมสูงกว่าที่คิด อาจสูงได้ถึง 2,500-3,000 มิลลิกรัมเลยทีเดียว ในขณะที่ร่างกายรับโซเดียมได้เพียงวันละ 2,000

ไม่อ้วนก็เสี่ยง! ความจริงโรคความดันสูง ที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่าง Read More »

Scroll to Top