แบบองค์รวม

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ตัวร้อนจี๋ จนรู้สึกได้แม้อยู่ในห้องแอร์ก็ตาม แต่กลับไม่มีอาการไข้ใด ๆ เลย! ถ้าเป็นแบบนี้มีสาเหตุอะไรบ้าง ? และควรรีบไปพบแพทย์ไหม ?  มาอ่านไปด้วยกันในบทความนี้เลย อาการตัวร้อนเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกาย บางครั้งก็มาจากอากาศภายนอก โดยปกติของมนุษย์เราจะมีอุณหภูมิร่างกายที่ 36-37 องศาเซลเซียส และหากมีมากกว่าจากปกติ ก็หมายความว่าเราตัวร้อนเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ และช่วงที่ร่างกายจะร้อนรุ่มมาก ก็คือช่วงที่เราเป็นไข้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาการที่ร่างกายทำเพื่อฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่ได้รับเข้าไป และส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายมาก แต่ถ้าหากใครที่มีอาการตัวร้อน และลองสำรวจอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยแล้ว ไม่มีความผิดปกติอะไร อาจเป็นไปได้ด้วยปัจจัยอื่น ๆ ตัวร้อนแต่ไม่ใช่ไข้ แล้วเป็นอะไรได้บ้าง ? ภาวะเหงื่อออกน้อย (Anhidrosis) ภาวะที่เหงื่อจะออกน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจไม่ดีนักหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน เพราะจะทำให้ร่างกายร้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีการขับเหงื่อออกมา และถึงขั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน เช่น โรคลมแดด (Heat stroke) และตะคริวแดดได้ Tips : โดยทั่วไปร่างกายจะมีระบบระบายความร้อนในร่างกาย เช่น การขับเหงื่อ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกหิวน้ำมากกว่าตอนอุณหภูมิปกตินั่นเอง […]

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ? Read More »

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ?

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ?

เสมหะเป็นอีกสารคัดหลั่งจากภายในร่างกาย ซึ่งสามารถบอกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้ ไม่ต่างจากปัสสาวะ หรืออุจจาระ แต่แทนที่จะช่วยบ่งบอกถึงส่วนที่เป็นระบบกระเพาะ ลำไส้ หรือกระเพาะปัสสาวะ เสมหะกลับบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในปอด ลำคอ โพรงไซนัส และระบบทางเดินหายใจทั้งหมดแทน โดยวิธีสังเกตความผิดปกติที่ง่ายที่สุด ก็คือ สีของเสมหะ หรือสีของน้ำมูก ซึ่งจะบอกความผิดปกติ หรือโรคที่ต่างกันไป เช่น สีเหลือง สีเขียว หรือแม้แต่สีเข้มที่สุด สีดำ และยังมีลักษณะอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปอีกด้วย  ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง แต่ละสีของเสมหะบอกโรคอะไรได้บ้าง ? พร้อมวิธีขับเสมหะแบบง่าย ๆ ให้ทุกคนลองไปทำตามกันด้วย! เรามาลองดูไปพร้อมกันได้เลย แต่ละ สี ของเสมหะ บอกโรคอะไรได้บ้าง ? ทริกขับเสมหะด้วยน้ำเกลือ น้ำเกลือสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เหงือก และฟันได้ อีกทั้งช่วยขับเสมหะ และลดอาการระคายเคืองในคอได้! โดยทำตามขั้นตอน ดังนี้… หรือจะลองวิธีที่ง่ายกว่าในการขับเสมหะ เราขอแนะนำสมุนไพรที่จะช่วยขับเสมหะได้ ก็คือ สมุนไพร งู่ อึ่ง อี้ นอกจากขับเสมหะ สมุนไพร งู่ อึ่ง

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ? Read More »

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน!

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน!

ทุกคนคงได้ยินโรคกรดไหลย้อน (หรือ Gastro-Esophageal Reflux Disease (GERD)) กันมาบ้างแล้ว ก็คือภาวะของกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร หรือช่วงคอหอย ซึ่งจะทำให้มีอาการแสบร้อนในคอ และอาจส่งผลให้มีอาการจุกเสียดที่ลิ้นปี่ถึงหน้าอก หรือรู้สึกแน่น ๆ ในท้องได้ แต่บางคนก็อาจไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่  โดยอาการของโรคกรดไหลย้อน  มักเป็นอาการที่ค่อนข้างสังเกตได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ยากถึงขั้นที่เราเดาไม่ได้ ด้วยอาการของกรดไหลย้อนคืออาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ใกล้ตัว และยังเป็นอาการทั่วไปที่จะเป็นตอนที่มีไข้ หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการแพ้อาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการไอ เป็นต้น อาการของกรดไหลย้อน อาการจุกเสียด แน่นท้อง เป็นอีกอาการที่ทุกคนสามารถบอกได้ว่า เราอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน และจากอาการอื่น ๆ  สาเหตุของกรดไหลย้อน สาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนมีหลายปัจจัยของการทานอาหาร หรือแม้แต่ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ หรือโรคลำไส้แปรปรวน หากไม่รีบดูแลก็อาจทำให้เป็นอาการเรื้อรัง และกลับมาเป็นซ้ำได้ บอกลากรดไหลย้อนแค่เปลี่ยนวิธีกิน เปลือกส้มยา ตัวช่วยเรื่องในท้อง… อ่านข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่บทความนี้ ‘เปลือกส้มยา’ กรดไหลย้อน และโรคกระเพาะอาหาร ต่างกันไหม ? และอาการของกรดไหลย้อนมักทำให้เข้าใจผิดกับ โรคกระเพาะอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการรู้สึกแสบร้อนบริเวณท้อง และเกิดเฉพาะตอนที่หิว

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน! Read More »

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง!

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง!

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยตอนดูซีรีส์ดราม่า! แต่เป็นอาการปวดอวัยวะตับที่เกิดขึ้นได้จริง ๆ และหลายคนอาจมีอาการโดยไม่รู้ตัว… ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยกรองสารพิษต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ และยังมีหน้าที่สร้างไขมันดีที่จะช่วยกำจัดไขมันไม่ดีอีกด้วย แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตับมีอาการปวดได้ และจริง ๆ แล้วอาการปวดตับมีอยู่จริงหรือไม่ ? ปวดตับ มีจริงไหม ? อาการปวดตับมีอยู่จริง โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นบริเวณหน้าท้องด้านขวา และอาจปวดลามไปถึงหน้าอก ไหล่ และคอได้ ซึ่งจะมีทั้งอาการปวดแบบจี๊ด ๆ และอาการปวดหน่วง ๆ แล้วแต่สาเหตุของอาการปวด สาเหตุของอาการปวดตับ แม้จะมีอาการปวดที่ใกล้เคียงกับบริเวณตับ แต่ก็อาจไม่ใช่เสมอไป เพราะอาจเป็นอาการปวดที่เกิดจากอวัยวะอื่นใกล้เคียง เช่น ถุงน้ำดี หรือกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้สับสนได้เช่นกัน สัญญาณเตือน ตับ ผิดปกติ แก้อาการปวดตับยังไง ? วิธีการแก้อาการปวดตับง่าย ๆ คือ การดูแลสุขภาพองค์รวม เพราะอาการปวดตับเกิดได้จากหลายสาเหตุ และตราบใดที่ยังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงกระตุ้นให้เกิดอาการปวด ก็อาจทำให้มีอาการปวดเรื้อรังได้ 3 วิธีแก้ปวดตับ! อาการปวดตับมีอยู่จริง และด้วยตำแหน่งอาการปวดอาจทำให้สับสนกับอาการปวดท้องอื่น ๆ ได้

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง! Read More »

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด !

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด !

ท้องอืดบ่อย  ๆ ไม่ใช่แค่น่ารำคาญ แต่ยังส่งผลกับร่างกายมากกว่าที่คิด ใครเริ่มมีอาการแล้วมาแก้ไขด่วน!!! ท้องอืดคือภาวะที่มีลม หรือแก๊สในท้องมากเกินไป ทำให้เกิดอาการจุกเสียดและปวดบริเวณหน้าท้อง โดยการที่มีแก๊สในท้องมากเกินไปอาจไม่ได้ส่งผลแค่ส่วนเดียว แต่ยังสามารถส่งผลกับร่างกายส่วนอื่นได้ โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่กระเพาะไปจนถึงลำไส้ใหญ่ และเนื่องด้วยภาวะนี้ เป็นภาวะที่มีการสะสมของลมมากกว่าปกติ ก็อาจทำให้สัดส่วนพื้นที่ของอวัยวะเบียดกัน จนเกิดอาการจุกเสียด และสำหรับผู้หญิงอาจรู้สึกมากขึ้น เมื่อมีประจำเดือนเพราะมดลูกหนาตัวด้วย  โดยภาวะท้องอืดสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางสาเหตุอาจทำให้อาการมากขึ้น เพราะมีการสะสมแก๊สมากขึ้นนั่นเอง สาเหตุที่ท้องอืดบ่อย ๆ  ท้องอืดบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นอะไรบ้าง ? อาการท้องอืดสามารถบอกสัญญาณจากโรคอื่นได้ โดยหากมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ มักเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้  แก้ท้องอืดด้วยวิธี… “โซว หะ อี้” สมุนไพรสำหรับคนที่ต้องการลดปัญหาหลังทานมื้ออาหาร อ่านข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่บทความนี้ ‘โซว หะ อี้’ ส่วนหลักของปัญหาท้องอืดที่เกิดบ่อย ๆ มักมาจากพฤติกรรมการทานอาหาร หากใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ ขอแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น การทานในปริมาณที่พอดี และเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยได้! และหากพบว่าตัวเรามีอาการอื่น ๆ นอกจากนี้ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องรุนแรง

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด ! Read More »

MPL SEO SEPTEMBER IMAGE 1

ภูมิแพ้อากาศ กับ ไซนัสอักเสบ แยกยังไง ?

ปวดหัว ปวดกระบอกตา หรือปวดโพรงไซนัส ใครมีอาการนี้อาจเป็นไซนัสอักเสบ…เอ๊ะ! หรือว่าไม่ใช่นะ ? บางครั้งอาการเหล่านั้นอาจไม่ใช่อาการไซนัสอักเสบเสมอไป แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาการปวดลักษณะนี้เองก็สามารถบ่งบอกถึงอาการภูมิแพ้อากาศได้เช่นกัน! ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร ? คือ ภาวะที่จะเกิดอาการแพ้ เช่น มีผื่น หรือมีอาการคัน โดยเกิดได้จากสารก่อแพ้ หรืออากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อ ไซนัสอักเสบ คืออะไร ? ไซนัสอักเสบ เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณโพรงจมูก กระบอกตา คอ และในหู ซึ่งเกิดได้จากการติดเชื้อในโพรงจมูก อาการของทั้งสองโรคนี้มีลักษณะที่คล้ายกันมาก ทำให้บางครั้งเราอาจสับสนหรือเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ควรได้รับการตรวจและวินิจฉัยที่แน่ชัดจากแพทย์ เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ตารางสรุปภาวะภูมิแพ้อากาศ และไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้อากาศ ไซนัสอักเสบ เกิดจาก สารก่อแพ้ หรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ติดเชื้อในโพรงไซนัส เช่น เชื้อแบคทีเรีย ตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ ผิวหนัง ใบหน้า ศีรษะ คอ และลำไส้  ศีรษะ หู ตา จมูก ปาก คอ 

ภูมิแพ้อากาศ กับ ไซนัสอักเสบ แยกยังไง ? Read More »

อาหารไม่ย่อย เพราะอาหารมื้อดึก!

อาหารไม่ย่อย เพราะอาหารมื้อดึก!

ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เพราะชอบทานอาหารมื้อดึก! เป็นแบบนี้บ่อย ๆ อาจอันตรายต่อสุขภาพกว่าที่คิด ในบทความนี้จะขอมาบอกข้อเสียของการทานอาหารมื้อดึก และวิธีแก้นิสัยชอบทานอาหารมื้อดึกง่าย ๆ กัน!  การทานอาหารมื้อดึก อาจเป็นเหมือนเรื่องปกติของหลายคน ซึ่งมักเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหารมาตลอดวัน หรือทานอาหารมื้ออื่น ๆ น้อยไป หรือแม้แต่การทานจุบจิบเองก็สามารถทำให้เราหิวได้ในตอนกลางคืน หรือบางคนอาจเพิ่งได้มีเวลามาทานอาหารมื้อใหญ่ในตอนดึกมากแล้ว และแน่นอนว่าการทานอาหารมื้อดึก อาจทำลายสุขภาพได้แม้จะเพียงไม่กี่วัน หรือทำบ่อย ๆ เพราะยังไงการทานมื้อดึกก็เป็นช่วงที่ร่างกายไม่ได้ต้องมาคอยย่อยอาหาร หรือเผาผลาญพลังงานแล้ว และยิ่งใครที่หิวมาก ๆ ถึงขั้นที่หลับไปแล้ว แต่ยังสะดุ้งตื่นขึ้นมาหาอะไรกิน ยิ่งทำลายสุขภาพกว่า โดยเราจะเรียกสิ่งนี้ว่า Night Eating Syndrome (NES) Tips : Night Eating Syndrome (NES) คืออะไร ? โรคหิวมื้อดึก โรคที่เราอาจเป็นได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการหิวมาก ๆ แม้จะต้องนอนหลับพักผ่อนก็ยังต้องตื่นขึ้นมาหาอะไรทาน และจะไม่กลับไปนอนจนกว่าจะอิ่ม ซึ่งอาจส่งผลให้เรามีอาการง่วงได้ในตอนกลางวันได้นั่นเอง โดยโรคนี้จะยิ่งเสี่ยงทำให้มีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ ข้อเสียของการทานอาหารมื้อดึก น้ำหนักขึ้นง่าย

อาหารไม่ย่อย เพราะอาหารมื้อดึก! Read More »

เสียงแหบ มีเสมหะ รู้สึกมีก้อนในคอ อาจเป็นกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง!

เสียงแหบ มีเสมหะ รู้สึกมีก้อนในคอ อาจเป็นกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง!

กรดไหลย้อน อาจส่งผลกระทบกว่าที่คิด! เพราะกรดไหลย้อนคือภาวะที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนไปที่ส่วนหลอดอาหาร หรือบางทีอาจไหลย้อนไปถึงบริเวณลำคอ และคอหอย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายในบริเวณนั้นได้ โดยเราจะเรียกภาวะนี้ว่า ‘กรดไหลย้อนลงกล่องเสียง’ กรดไหลย้อนลงกล่องเสียง เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ยิ่งใครที่เป็นกรดไหลย้อนบ่อย ๆ จะเสี่ยงเป็นมากกว่าปกติ โดยกรดไหลย้อนลงกล่องเสียงจะทำให้มีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ และไอ คล้ายกับตอนที่เราป่วย ไม่สบาย แต่จะมีอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเป็นกรดไหลย้อนร่วมด้วย อาการของ กรดไหลย้อนลงกล่องเสียง ลักษณะอาการของกรดไหลย้อนลงกล่องเสียงจะเหมือนกรดไหลย้อนทั่วไป เพียงแต่เมื่อขอบเขตของการไหลของกรดไปถึงบริเวณคอหอย จะทำให้รู้สึกเหมือนอาการเจ็บคอ แสบคอ ร่วมด้วย วิธีแก้ไขอาการ กรดไหลย้อนลงกล่องเสียง เปลือกส้มยา ช่วยดูแลอาการเหล่านี้ อ่านข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่บทความนี้ ‘เปลือกส้มยา’ กรดไหลย้อนลงกล่องเสียงควรรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น อาการเจ็บคอ หรือมีเสมหะ เพราะอาการเหล่านี้เป็นส่วนอื่นที่ได้รับผลกระทบตามมาทีหลัง ไม่ได้เกิดจากโรคโดยตรง ฉะนั้นเมื่อต้องทานยาก็ควรจะเป็นยารักษาอาการนั้น ๆ เช่น ทานยาหรือสมุนไพรที่ช่วยลดอาการไอ และเสมหะ… นอกจากนี้ควรปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การทานอาหารทอดหรือรสจัด และการทานอาหารมื้อดึก เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้อาการของกรดไหลย้อนกลับมาอีกครั้งได้ และหากทุกคนยังรู้สึกว่ามีอาการเหล่านี้อยู่ มากกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว! เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อไปยังส่วนอื่น ๆ

เสียงแหบ มีเสมหะ รู้สึกมีก้อนในคอ อาจเป็นกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง! Read More »

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ!

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ!

ลุกเร็วเกินไป ทำเอาหน้ามืด ไม่ใช่แค่อาการทั่วไปนะ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเรามีความดันต่ำ! และทำไมเวลาที่เราลุกจากที่นั่ง หรือแม้แต่ตอนตื่นนอนถึงหน้ามืด ถึงเป็นสัญญาณเตือนของความดันโลหิตต่ำ นั่นก็เพราะว่าคนที่มีภาวะนี้จะมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือดที่ช้า ทำให้เวลาเราลุก ร่างกายไม่สามารถไหลเวียนไปที่ศีรษะได้ทัน ทำให้รู้สึกหน้ามืด และเวียนหัวด้วยนั่นเอง ซึ่งคนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ จะเสี่ยงมีภาวะ STROKE สูง จึงควรรีบหาวิธีดูแลโดยเร็ว… สาเหตุของภาวะความดันต่ำ ภาวะความดันต่ำมักเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งเกี่ยวโยงกับทั้งปัญหาสุขภาพส่วนอื่น ๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด หรือแม้แต่ฮอร์โมนเอง โดยความดันต่ำอาจมีสาเหตุการเกิดดังนี้  สัญญาณเตือน ภาวะความดันต่ำ! วิธีช่วยเพิ่มความดันให้เหมาะสม เสริมธาตุเหล็ก ด้วยผัก หรือผลไม้  ธาตุเหล็กจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินและปรับสมดุลความดันโลหิต และเสริมการทำงานของเลือดได้ ซึ่งธาตุเหล็กมักอยู่ในผักใบเขียว และผลไม้บางชนิด เช่น มะขามป้อม ส้ม ผักโขม หรือบรอกโคลี ทานเกลือ หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง  เพราะสามารถช่วยเรื่องความดันเลือดได้ดี แต่ควรทานให้พอดี หรือไม่มากจนเกินไป เพราะเสี่ยงที่จะเป็นปัญหาสุขภาพในส่วนอื่นได้  ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย  การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยป้องกันการขาดน้ำ ซึ่งเสี่ยงมีความดันที่ต่ำลง หรือการดื่มเครื่องดื่มประเภทที่มีคาเฟอีน ก็สามารถช่วยกระตุ้นความดันได้ดีเช่นกัน แต่ไม่ควรดื่มบ่อย ๆ หรือเกินวันละ

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ! Read More »

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ?

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ?

หลังผ่าตัดควรกินอะไร ถึงช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว และไม่ควรกินอะไรบ้าง ? ใครที่ต้องดูแลตัวเองหรือคนอื่น ๆ หลังผ่าตัดต้องอ่านบทความนี้!  หลังการผ่าตัดทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กน้อย ไปจนถึงการผ่าตัดใหญ่ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดจะต้องถูกดูแลเป็นพิเศษ และควรปฏิบัติตามแผนการฟื้นตัวของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ  โดยหลายคนอาจสงสัยว่า เราควรดูแลตัวเองยังไงหลังผ่าตัด ? และควรจะทานอาหารแบบไหนที่ช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมาก! เพราะการกินอาหารเป็นอีกส่วนหลัก ๆ ที่จะช่วยเรื่องการฟื้นตัวหลังผ่าตัดเลย งั้นเรามาดูกันว่า อาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง และมีเทคนิคดูแลแผลผ่าตัดสั้น ๆ มาให้อ่านกันด้วย! แผลผ่าตัด ดูแลยังไง ? ควรรักษาแผลผ่าตัดให้สะอาดอยู่เสมอ และควรลดการกดทับของแผล เช่น แผลที่บั้นท้าย แผลที่ข้อพับ หรือแผลบริเวณที่ต้องทิ้งน้ำหนักลงที่นอน เพราะอาจทำให้เลือดไม่เดิน และอาจทำให้แผลผ่าตัดเกิดการฉีกได้ รวมถึงควรติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด และควรลดการใช้งานหรือออกกำลังกายบริเวณที่มีแผลผ่าตัด นอกจากนี้เรื่องของอาหารการกินก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจหลังการผ่าตัดทุกแบบ เพราะร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อไปเสริมการทำงานของร่างกาย และหากรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ส่งผลต่อแผลผ่าตัดได้ 5 อาหารที่ควรกินหลังผ่าตัด 1.ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม และธัญพืช ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มช่วยเสริมไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรต เพิ่มพลังงานให้ฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากการผ่าตัด ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มการทำงานของระบบประสาทและสมอง

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ? Read More »

Scroll to Top