คุณพ่อกับคุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจกำลังดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ค่อนข้างเป็นกังวล และตื่นตูมมากเมื่อลูกน้อยท่าทางบางอย่างที่ผิดปกติไปจากเดิม และรีบกดค้นหาหาอาการเหล่านั้นในเน็ตกันเป็นว่าเล่น ที่พบได้บ่อย คงเป็นอาการหายใจครืดคราดตอนลูกน้อย
เด็กหายใจครืดคราด ปกติหรือไม่ ?
หายใจครืดคราด เป็นเสียงนกหวีด ค่อนข้างเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กทารก และเด็กที่มีอายุ 3-6 ขวบขึ้นไป เพราะปอดของน้อง ๆ ยังมีขนาดเล็กอยู่ มีระบบทางเดินหายใจที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ โดยทั่วไป อาการนี้มักหายได้เองเมื่อลูกโตขึ้น แต่ในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแล
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ ลูกหายใจครืดคราด
อาการหายใจครืดคราด หายใจเป็นเสียงนกหวีด สามารถเกิดจากปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน
- ไข้หวัดตามฤดูกาล : อาการไข้ทำให้เด็กทารกคัดจมูก มีน้ำมูกไหลและเสมหะ ส่งผลให้หายใจครืดคราดได้
- ภูมิแพ้ : ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้เกสรดอกไม้ หรือภูมิแพ้อากาศและฝุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งแปลกปลอมที่สามารถเข้าไปในร่างกายของเด็กทารก ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงาน ด้วยการทำให้ระบบทางเดินหายใจแคบลง เมื่อหายใจก็จะสามารถทำให้เกิดเสียงครืดคราดได้
- โรคหอบหืด : เด็กที่มีโรคนี้จะมีระบบทางเดินหายใจที่อ่อนแอกว่าเด็ก ๆ ทั่วไป ซึ่งโรคหอบหืดจะไวต่อสภาพอากาศ ฝุ่น มลพิษ
- โรคหลอดลมอักเสบ : การติดเชื้อของเยื่อบุบริเวณหลอดลม ทำให้มีอาการ ไอ มีเสมหะ หายใจไม่อิ่ม และทำให้หายใจมีเสียงนกหวีด ครืดคราดได้

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับโรคหลอดลมอักเสบได้ที่ โรงพยาบาลนครธน : หลอดลมอักเสบ พบได้ทุกช่วงอายุ
วิธีดูแลเมื่อลูกหายใจครืดคราด
- ใช้เครื่องฟอกอากาศ ลดฝุ่นขนาดเล็ก และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ ไอ จาม และไม่ทำให้หายใจครืดคราด ดีต่อเด็กที่เป็นโรคหอบหืด หรือมีภูมิแพ้
- ดูดเสมหะ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ให้ลูกน้อยเสมอ เพื่อป้องกันเสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอมที่ปนเปื้อนในเสมหะไหลไปอุดตันในคอ หรือหลอดลม ซึ่งทำให้หายใจไม่สะดวก และอาจติดเชื้อได้
- เคาะปอดช่วยระบายเสมหะ
ท่าเคาะปอดจะช่วยระบายเสมหะที่ติดค้างอยู่ในปอด และทางเดินหายใจ ทำให้เด็ก ๆ จะหายใจได้สะดวกมาก
1.ให้ใช้ผ้าขนหนู หรือสวมใส่เสื้อผ้าให้เด็ก ห้ามใช้มือสัมผัสกับผิวโดยตรง
2. ให้จัดท่าทางของเด็กให้อยู่ในท่านอนหงาย (หรือจะอยู่ในท่านอนคว่ำ หรือท่านอนตะแคง หรือจะอุ้มพาดบ่าก็ได้ ตามความเหมาะสม)
3.ใช้อุ้งมือค่อย ๆ เคาะลงไปบริเวณซี่โครงด้านบนของหน้าอกเบา ๆ หลีกเลี่ยงการเคาะลงที่หน้าอก ซี่โครงส่วนล่าง ใต้ราวนม หลังส่วนล่าง และกระดูกสันหลังเพื่อไม่ให้เคาะไปโดนอวัยวะส่วนอื่น ๆ
4.ให้เคาะเป็นจังหวะไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ 1-3 นาที
สามารถดูวิธีการเคาะปอดระบายเสมหะแบบละเอียดได้ที่
โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ : ท่าเคาะปอดเมื่อลูกมีเสมหะ
ทานสมุนไพรสำหรับเด็กที่ช่วยขับเสมหะ คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกลองทานยาสมุนไพร โปย ป๋อ ซั้ว สมุนไพรสำหรับเด็ก ที่ช่วยขับเสมหะ ลดความเสี่ยงติดเชื้อจากเสมหะ และยังแก้ตัวร้อน บรรเทาตัวร้อนจากพิษไข้
ทั้งนี้หากลูกมีอาการที่ผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ ไอ จามรุนแรง หรือมีอาการเรื้อรัง แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะปลอดภัยที่สุด…
รู้ทัน ! สัญญาณเตือนสุขภาพ ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป… อ่านบทความความรู้สุขภาพ และเรื่องสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา baepaeliang.com
ที่มาข้อมูล :
Medical News Today : Baby wheezing: Why it happens
Healthline : Why Is My Baby Wheezing?





