ตำราสุขภาพดี

ตำราสุขภาพดี

โอไมครอน

รู้ทันอาการ โอไมครอน โควิดสายพันธุ์ใหม่

อาการแบบไหน? เข้าข่ายติด โอไมครอน โควิดสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) หรือ B.1.1.529 พบครั้งแรกทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใต้ ประเทศบอตสวานา ความน่ากลัวของโอไมครอน คือ มีตำแหน่งการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 ตำแหน่ง โดย 32 ตำแหน่งเกิดขึ้นบนโปรตีนส่วนหนาม ส่งผลให้เชื้อไวรัสสามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าเดิม ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นและแพร่กระจายได้เร็วกว่า สัญญาณเตือนติดเชื้อโอไมครอน มีไข้สูงกว่า 37.5 °C อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ไอแห้ง เจ็บคอ คล้าย เหงื่อออกมากผิดปกติตอนกลางคืน ลองเช็กกันดูนะคะ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับมีประวัติไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ควรรีบแยกตัวและทำการตรวจหาเชื้อ

ยิ่งกิน ยิ่งไอ 6 อาหารควรเลี่ยงเมื่อมีอาการไอ

ยิ่งกิน ยิ่งไอ 6 อาหารควรเลี่ยงเมื่อมีอาการไอ

รู้ไว้จะได้เลี่ยง! 6 อาหารควรอดใจไว้ก่อน ถ้าไม่อยากไอหนักกว่าเดิม มีอะไรบ้างไปดูกันเลย! 1. อาหารรสจัดอาหารหวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด กระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองหลอดอาหาร ส่งผลให้ไอหนักขึ้น 2. อาหารทอดอาหารทอด เช่น ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ก่อให้เกิดการระคายเคืองในลำคอ กระตุ้นให้เกิดอาการไอ 3. เครื่องดื่มเย็นความเย็นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กระตุ้นให้หลอดลมหดตัว เกิดอาการไอ เสมหะ และมีน้ำมูก เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง โซดา เป็นต้น 4. แคร็กเกอร์แคร็กเกอร์ทำมาจากแป้งขัดขาว จะถูกย่อยอาหารและเปลี่ยนเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เกิดการระคายเคืองคอ และมีเสมหะมากยิ่งขึ้น 5. นมและผลิตภัณฑ์จากนมนม ชีส เนย หรือมาการีน มีส่วนทำให้มีเสมหะมากขึ้น น้ำมูกเหนียวข้นขึ้น จนอาจไปขัดขวางทางเดินหายใจ จนหายใจลำบากขึ้นกว่าเดิม 6. แอลกอฮอล์เหล้า เบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ กระตุ้นให้เกิดอาการไอ นอกจากหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวแล้ว การทานสมุนไพร งู่ อึ่ง อี้ …

ยิ่งกิน ยิ่งไอ 6 อาหารควรเลี่ยงเมื่อมีอาการไอ Read More »

ปาร์ตี้วิถีใหม่ New Normal

แนวทางปาร์ตี้วิถีใหม่ New Normal อย่างปลอดภัย

สถานการณ์โควิดทำให้การจัดปาร์ตี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การจัดปาร์ตี้แบบ New normal ต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกัน!! 1. สถานที่ไม่แออัดควรลดจำนวนผู้เข้างานปาร์ตี้ เชิญแขกเฉพาะคนใกล้ชิด เพื่อลดความแออัด 2. อากาศถ่ายเทได้สะดวกควรจัดงานกลางแจ้งและมีพัดลมพัดเบา ๆ เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น 3. หลีกเลี่ยงการทานอาหารโดยใช้ภาชนะเดียวกันควรแยกภาชนะและอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร ไม่ควรดื่มแก้วน้ำเดียวกัน หากทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางตักอาหารแทน 4. ลดดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะไปรบกวนระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น 5. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด ควรอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร 6. สวมหน้ากากอนามัยช่วงที่ไม่ได้ดื่มหรือทานอาหาร ควรสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา 7. หมั่นล้างมือบ่อย ๆควรมีสเปรย์แอลกอฮอล์ขนาดพกพาติดตัวไว้สำหรับล้างมือหลังสัมผัสสิ่งของหรือจุดสัมผัสร่วมต่าง ๆ 8. ไม่ร้องเพลงการร้องเพลง เสี่ยงติดเชื้อผ่านละอองน้ำลาย เวลาอ้าปากตะโกนร้องเพลง จัดปาร์ตี้ปีใหม่อย่างปลอดภัย ทุกคนอย่าประมาท การ์ดอย่าตกกันนะคะ

5 อาหารฉลองปีใหม่

5 อาหารฉลองปีใหม่ควรเลี่ยง คอเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดพุ่งปรี๊ด

ปาร์ตี้ปีใหม่นี้ กินแต่พอดี เพราะหากไม่ระวังทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ไขมันในเลือดสูงอาจมาเยือน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจและหลอดเลือดตีบตัน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะไขมันในเลือด ควรหลีกเลี่ยง 5 อาหาร ดังนี้ 1. อาหารทะเลอาหารทะเลถึงแม้ว่าอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร แต่ก็มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูง เช่น กุ้ง (100 กรัม มีคอเลสเตอรอลถึง 384 มก.) หอยนางรม (100 กรัม มีคอเลสเตอรอลถึง 350 มก.) ปลาหมึก (100 กรัม มีคอเลสเตอรอลถึง 384 มก.) 2. เนื้อสัตว์ติดมันเนื่องจากไขมันในเนื้อสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวและมีปริมาณคอเลสเตอรอลมาก จึงควรทานเนื้อที่ไม่ติดมัน หรือเนื้อติดมันน้อยที่สุด 3. อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันการทอดเป็นการปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันด้วยความร้อนสูง ทำให้อาหารสูญเสียน้ำและดูดซับไขมันเข้าไปแทน จึงเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว มีแคลอรี่และคอเลสเตอรอลในปริมาณสูง 4. ขนมขบเคี้ยวขนมขบเคี้ยวเต็มไปด้วยเกลือ น้ำตาล และไขมัน จึงทำให้มีไขมันทรานส์สูง 5. เบเกอรี่ขนมหวานเบเกอรี่จำพวกเค้ก ชีสเค้ก คุกกี้ โดนัท ไอศกรีม ล้วนมีส่วนผสมของเนยเทียม …

5 อาหารฉลองปีใหม่ควรเลี่ยง คอเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดพุ่งปรี๊ด Read More »

นอนมาก ทำไมปวดหัว

นอนมาก ทำไมปวดหัว

นอนมากใช่ว่าจะดี..มีผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด นอนมากเกินไป มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Hypersomnia เป็นโรคที่มาจากพฤติกรรมการนอนหลับที่เกินพอดีมากกว่า 9 ชั่วโมง/คืน จะส่งผลต่อฮอร์โมนบางตัว ทำให้เลือดไหลไปยังสมองน้อยลง ก่อให้เกิดอาการปวดหัวได้ นอนมากเกินไป ส่งผลอย่างไร? ปวดหัวตลอดทั้งวัน มึนงง นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ตื่นนอนยาก รู้สึกง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา เฉื่อยชา เชื่องช้า กลายเป็นคนไร้ชีวิตชีวา สมองไม่ค่อยแล่น คิดช้าทำช้า ความจำไม่ดี กลายเป็นคนซึมเศร้า การนอนมาก ๆ ทำให้ฮอร์โมนร่างกายแปรปรวน น้ำหนักเกิน เนื่องจากระบบการเผาผลาญไขมันลดลง กระเพาะไม่ได้ทำงาน เทคนิคปรับพฤติกรรมให้นอนหลับดีขึ้น ควรเข้านอนให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง/วัน จัดห้องนอนให้อากาศถ่ายเท เพื่อให้เหมาะกับการพักผ่อน หลีกเลี่ยงดื่มกาแฟ ชา หรือแอลกอฮอล์ ก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมง งดทานอาหารมื้อหนัก ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง

วูบ หน้ามืด

วูบ หน้ามืด เวลาเปลี่ยนท่า ภัยเงียบที่สูงวัยไม่ควรมองข้าม

ทำไมเวลาเปลี่ยนท่าแล้ว เกิดอาการวูบ หน้ามืด? การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างกะทันหัน อาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันแบบฉับพลัน ความดันจึงตก ก่อให้เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืด และวูบได้ ‍อาการวูบจากการเปลี่ยนท่านั่งหรือนอนไปสู่ท่ายืนเร็ว ๆ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension) ภาวะนี้จะรุนแรงมากขึ้น เมื่อเกิดกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะวัย 65 ปีขึ้นไป เพราะประสิทธิภาพในการปรับความดันโลหิตจะลดลง จึงทำให้รักษาระดับความดันให้คงที่ได้ยาก หากละเลยไม่รีบดูแลสุขภาพ อาจเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และยังอาจได้รับบาดเจ็บจากการหกล้มอีกด้วย ปรับความดันโลหิตให้กลับมาเป็นปกติด้วย กู เต็ก อี้ ของ บริษัท แบแป๊ะเลี้ยง จำกัด ช่วยดูแลอาการเหล่านี้ ความดันโลหิตต่ำ ลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงต่อมหมวกไต

อาหารฤทธิ์เย็น

ทำไมผู้หญิงไม่ควรทานอาหารฤทธิ์เย็นในช่วงมีประจำเดือน

จริงหรือ? ผู้หญิงไม่ควรทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นในระหว่างมีประจำเดือน แพทย์แผนจีนเชื่อว่าอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ทำให้หลอดเลือดหดตัว มดลูกเย็น ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ประจำเดือนจะถูกขับออกมาไม่ดี อาจทำให้มดลูกเกร็งจนปวดประจำเดือน นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันโรคของผู้หญิงจะลดต่ำลงในระหว่างมีประจำเดือน การทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น อาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงกว่าเดิมจนเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น น้ำเย็น ไอศกรีม น้ำแข็ง แตงโม น้ำมะพร้าว เป็ด หอยนางรม เป็นต้น วิธีดูแลสุขภาพระหว่างมีประจำเดือน ควรทานอาหารที่มีสมุนไพรรสเผ็ดร้อน เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบแมงลัก ฯลฯ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ไหลสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากวิธีการดังกล่าว แนะนำให้ทานสมุนไพร แปะห่งอี้ ของแบแป๊ะเลี้ยง ควบคู่ไปด้วย ช่วยปรับสมดุลฮอรโมนภายในร่างกายให้เป็นปกติ ช่วยดูแลอาการต่าง ๆ เหล่านี้ บำรุงและกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น ปรับสมดุลของฮอร์โมนให้กลับมาเป็นปกติ บรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ บำรุงมดลูก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมีบุตร บรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน เสริมสร้าง “ฮอร์โมนเอสโทรเจน” ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล

อัลไซเมอร์ VS ขี้ลืม

อัลไซเมอร์ VS ขี้ลืม ต่างกันยังไง

เราแค่ ขี้ลืม หรือ อัลไซเมอร์ กันแน่นะ? อยากรู้ล่ะก็..มาสำรวจตัวเองเลย!! คนขี้ลืม สาเหตุ เหม่อลอย ไม่ใส่ใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอนน้อยติดต่อกันหลายวัน ความเครียด ความวิตกกังวล ความเศร้า อาการที่พบ วางของทิ้งไว้แล้วลืม ลืมชื่อเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน หลงทางในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย จำวัน เวลา สถานที่ผิด แต่เมื่อทราบแล้วก็สามารถจำได้ ลืมเหตุการณ์ ลืมคำพูดระหว่างสนทนา แต่นึกได้เองในภายหลัง อัลไซเมอร์ สาเหตุ ความผิดปกติในเซลล์สมอง โรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไต อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นอัลไซเมอร์ ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากขึ้น อาการที่พบ วางของทิ้งไว้ผิดที่ผิดทาง เช่น เก็บรีโมตไว้ในตู้เย็น จำคนใกล้ชิดไม่ได้ จำชื่อตัวเองไม่ได้ ลืมทางกลับบ้าน หลงทางในสถานที่ที่คุ้นเคย พูดซ้ำ ๆ ถามซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม ๆ สูญเสียความทรงจำสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น จำไม่ได้ว่าทานข้าวไปแล้ว หากเช็กดูแล้วเราเข้าข่ายเป็นอัลไซเมอร์ …

อัลไซเมอร์ VS ขี้ลืม ต่างกันยังไง Read More »

4 อาการป่วยพบบ่อยในลูกน้อย

คุณแม่ต้องรู้! 4 อาการป่วยพบบ่อยในลูกน้อย

ลูกป่วยกาย แม่ปวดใจ เด็กในช่วงวัยแรกเกิด – 5 ขวบ ระบบภูมิคุ้มกันจะยังไม่แข็งแรง จึงเจ็บป่วยได้ง่าย แล้ว 4 อาการที่ลูกป่วยบ่อยที่คุณแม่ควรรู้ มีอะไรบ้าง? 1. ไข้หวัด ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจลักษณะอาการ : มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล 2. ไอ เป็นกลไกตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งปกติ เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจลักษณะอาการ : ไอ คัน ระคายเคืองคอ 3. ท้องอืด เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารทำงานไม่ปกติ ทำให้มีปริมาณแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้มากเกินไปลักษณะอาการ : แน่นท้อง ท้องป่อง ท้องแข็ง ร้องไห้งอแง บิดตัวไปมา 4. แหวะนม เกิดจากหูรูดที่กั้นระหว่างหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารยังไม่แข็งแรงพอลักษณะอาการ : ร้องไห้โยเยหลังกินนมเสร็จ แหวะนมไหลออกมาทางปากและจมูก

การดูแลสุขภาพในหน้าหนาว

เคล็ด (ไม่) ลับ การดูแลสุขภาพในหน้าหนาว สไตล์แพทย์แผนจีน

ช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดลงและอากาศจะหนาวเย็นขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จนอาจเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ได้ หลักการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์จีน จึงแนะนำให้ถนอมพลังหยาง (ความร้อน) เพื่อเพิ่มความอบอุ่นภายในร่างกาย เราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ไปดูกัน! 1. ดื่มน้ำมากขึ้นการดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ 2. ออกกำลังกายพอเหมาะการออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็ว การทำโยคะ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายได้รับความอบอุ่น 3. ดูแลรักษาเท้าถ้าเท้าสัมผัสอากาศเย็นเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดตะคริว ปวดเท้า เท้าบวมได้ จึงควรรักษาอุณหภูมิของเท้าด้วยน้ำอุ่นกับกดจุดที่เท้า เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด 4. กินอาหารปรับสมดุลเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ด้วยการกินอาหารฤทธิ์ร้อน เช่น ต้มยำ แกงส้ม ขิง ขมิ้น กระเทียม ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุก เงาะ น้อยหน่า 5. ดื่มน้ำขิงร้อนแนะนำให้ดื่มน้ำขิงร้อน เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย 6. อาบน้ำอุ่นการอาบน้ำอุ่น จะช่วยบรรเทาความเมื่อยล้า ถนอมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ …

เคล็ด (ไม่) ลับ การดูแลสุขภาพในหน้าหนาว สไตล์แพทย์แผนจีน Read More »

Scroll to Top