ตำราสุขภาพดี

ตำราสุขภาพดี

4 สัญญาณเตือนมดลูกไม่แข็งแรง

4 สัญญาณเตือนมดลูกไม่แข็งแรง

ปวดท้องประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ปัสสาวะหรือขับถ่ายผิดปกติ! อาจดูเหมือนอาการที่สาว ๆ ต้องเจอทั่วไป แต่อาจไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ เพราะมักเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย โดยเฉพาะในมดลูก ! ซึ่งอาการผิดปกติในมดลูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีเพศสัมพันธ์แบบไม่สวมถุงยาง มีอาการแพ้ผ้าอนามัย ทั้งแบบธรรมดาและแบบสอด แพ้สารฆ่าเชื้อในถุงยางอนามัย หรือแม้แต่มีฮอร์โมนเพศที่ไม่สมดุล เช่น มีเอสโตรเจนเยอะเกินไป… โดยสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่ามดลูกของสาว ๆ อาจไม่แข็งแรงแล้ว สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เช่น 4 สัญญาณเตือนมดลูกไม่แข็งแรง โดยภาวะมดลูกไม่แข็งแรง จะทำให้เกิดโรคและความเสี่ยงบริเวณใกล้เคียงกันได้ ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายด้านอื่นได้อีกด้วยค่ะ  มดลูกไม่แข็งแรง เสี่ยงเป็นโรคอะไร ? หากสาว ๆ เริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติข้างต้นแล้ว อาจต้องรีบดูแลตัวเอง และควรตรวจร่างกายเป็นประจำ ทั้งนี้อาการจะดีขึ้น เมื่อทำการรักษาและดูแลสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกันด้วย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้! เคล็ดลับมดลูกแข็งแรง ท่าป้องกันมดลูกหย่อนได้ที่บทความนี้!  แจก 6 ท่าโยคะ บริหารมดลูกหย่อน กระชับช่องคลอดให้แข็งแรง ฉบับง่าย แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น หรือมีอาการอื่น ๆ […]

4 สัญญาณเตือนมดลูกไม่แข็งแรง Read More »

กินน้ำปลาเยอะ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง? อันตรายจากโซเดียมที่คุณควรรู้

กินน้ำปลาเยอะ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง? อันตรายจากโซเดียมที่คุณควรรู้

หลายคนอาจคิดว่า “แค่น้ำปลานิด ซุปก้อนหน่อย คงไม่เป็นไร” แต่รู้ไหมว่า…โซเดียมที่มากเกินไปในแต่ละวัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของภัยเงียบแบบไม่รู้ตัว! ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โซเดียม ไม่ใช่แค่เกลือ แต่แฝงอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น น้ำปลา, ซีอิ๊ว, ซอสปรุงรส, ผงชูรส, ผงปรุงรส รวมถึงอาหารแปรรูป, ไส้กรอก, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ดังนั้นการได้รับโซเดียมที่มากเกินไป เป็นประจำสามารถส่งผลต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด มาดูกันว่า หากร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไปเป็นประจำ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้อย่างไรบ้าง โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) – ความดันโลหิตที่สูงจากโซเดียมจะสร้างความเสียหายต่อผนังหลอดเลือดในสมอง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะอุดตันหรือแตก โรคหัวใจ (Heart Disease) – ความดันโลหิตสูงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย และโซเดียมทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบ เมื่อหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในขณะที่หลอดเลือดแคบลง ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) – โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในหลอดเลือดมากขึ้น และปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โรคไต (Kidney Disease) – การทานอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อขับส่วนเกินออก การทำงานหนักอย่างต่อเนื่องจะทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะไตวายได้ โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) – เมื่อร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ จะมีการขับแคลเซียมออกจากร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย

กินน้ำปลาเยอะ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง? อันตรายจากโซเดียมที่คุณควรรู้ Read More »

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว!

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว!

หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารบางอย่างที่เรากินอยู่ทุกวัน กำลังทำร้ายผิวพรรณและเร่งให้ร่างกายเสื่อมโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่าตัวการเร่งแก่ที่เราควรเลี่ยงมีอะไรบ้าง น้ำตาลและของหวาน เช่น ขนมเค้ก, คุกกี้, น้ำอัดลม, ชาไข่มุก เมื่อร่างกายมีน้ำตาลมากเกินไปจากการทานอาหารหรือเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Glycation ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นลดลง และเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้น้ำตาลยังส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเสื่อมของเซลล์ อาหารปิ้งย่าง เช่น หมูกระทะ, เนื้อย่าง, บาร์บีคิว อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียมหรือปรุงสุกด้วยความร้อนสูงมาก ๆ อาจมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ และทำให้ร่างกายแก่เร็วขึ้น อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง, ของหมักดอง อาหารรสเค็มจัดหรือมีโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ รวมถึงส่งผลเสียต่อไต และหลอดเลือดในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยที่เร่งให้ร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้โซเดียมที่มากเกินไปอาจทำให้ผิวขาดน้ำ และดูหมองคล้ำได้อีกด้วย อาหารแปรรูป เช่น เบคอน, ไส้กรอก, แฮม, อาหารแช่แข็ง อาหารเหล่านี้มักอุดมไปด้วยสารกันบูด สี และไขมันที่ไม่ดี ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย และเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นในการกำจัดสารพิษ อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เฟรนช์ฟราย, ไก่ทอด,

รวมอาหารกินเพลินแต่ผิวพัง…ระวังจะแก่เกินวัยโดยไม่รู้ตัว! Read More »

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้

ในมุมมองของแพทย์แผนจีน อาการปวดไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณจากร่างกาย แต่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าระบบภายในกำลังเสียสมดุล มาดูกันว่า อะไรคือ 5 สาเหตุหลักของอาการปวด ตามศาตร์แพทย์แผนจีน ลม (风) ความเย็น (寒) ความชื้น (湿) เลือดคั่ง (瘀血) เลือดและชี่พร่อง (气滞不足) แนวทางการรักษาอาการปวด ศาสตร์แพทย์จีนเน้นการรักษาที่ต้นเหตุของอาการปวด เช่น หากปวดจากลม และความเย็น ก็จะรักษาด้วยการขับลม และเสริมหยาง นอกจากนั้นยังมีอีกหลายวิธีในการรักษาเช่น อย่างไรก็ตามการรักษาอาการปวดตามศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้น จำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุร่วมกับอาการอื่น ๆ ของผู้ป่วย รวมถึงชีพจร และลิ้น เพื่อให้การรักษาด้วยสมุนไพร การฝังเข็มหรือการนวดทุยหนา มีประสิทธิภาพสูงสุด อ้างอิง : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, คลินิกฝังเข็ม โรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่

5 สาเหตุหลักของอาการปวดในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้ Read More »

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่

บ่อยครั้งที่เราต้องเผชิญกับออาการปวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้อง หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่รู้จัก “จุดเหอกู่” จุดเหอกู่ (合谷) คือจุดฝังเข็มสำคัญที่อยู่บนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ ตำแหน่งของจุดนี้อยู่บริเวณด้านหลังของมือ ระหว่างโคนนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ หากลองบีบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เข้าหากัน จะเห็นจุดที่นูนขึ้นมา นั่นคือจุดเหอกู่ เนื่องจากศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่า อาการปวด ต่าง ๆ มีสาเหตุมาจากการที่ ชี่ และเลือด ไหลเวียนไม่สะดวกหรือเกิดการติดขัดภายในร่างกาย เมื่อชี่ และเลือดสามารถกลับมาไหลเวียนได้อย่างราบรื่น อาการปวดเหล่านั้นก็จะทุเลาลง และหายไปในที่สุดนั่นเอง ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่ วิธีกดจุดเหอกู่ แต่มีข้อควรระวังอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือจุดเหอกู่ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวได้ รู้แบบนี้แล้ว…ถ้ารู้สึกปวด ก็อย่าลืมลองกดจุดเหอกู่ เพื่อบรรเทาอาการปวดด้วยตัวเองดูนะ อ้างอิง : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

ปวดบ่อยต้องรู้! ประโยชน์ของการกดจุดเหอกู่ Read More »

ผื่นแดงแสบ ๆ คัน ๆ อาจไม่ใช่แค่ผื่นธรรมดา... ระวัง! อาจเป็นงูสวัด

ผื่นแดงแสบ ๆ คัน ๆ อาจไม่ใช่แค่ผื่นธรรมดา… ระวัง! อาจเป็นงูสวัด

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “งูสวัด” ว่าเป็นโรคทางผิวหนังอย่างหนึ่งที่มีตุ่มใสขึ้นตามตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคงูสวัดไม่ใช่แค่โรคผิวหนังธรรมดา แต่เป็นโรคที่อันตรายอย่างหนึ่งที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากไม่มีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม งูสวัด (Herpes zoster) เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (Varicella-zoster virus) ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส และเชื้อจะแฝงตัวอยู่ในปมประสาทของร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อไวรัสนี้ก็จะถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่ เดินทางมาตามแนวเส้นประสาท และแสดงอาการออกมาเป็นผื่น และตุ่มน้ำตามแนวเส้นประสาท อาการของโรคงูสวัดจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ หากไม่มีการดูแลอย่างถูกต้อง และเหมาะสม งูสวัดอาจลุกลาม และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ภาวะปวดปลายประสาทเรื้อรัง – เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด มีอาการปวดแสบ ปวดร้อน คล้ายถูกไฟช็อตตามแนวที่เคยเป็นงูสวัด แม้ผื่นจะหายไปหมดแล้วก็ตาม อาการปวดนี้อาจอยู่ได้นานหลายเดือนหรือเป็นปี จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ งูสวัดขึ้นตา – เกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสทำลายเส้นประสาทสมอง และลามเข้าสู่ดวงตา อาจทำให้เกิดการอักเสบและเสียหายที่กระจกตา ม่านตา จอประสาทตาหรือส่วนอื่น ๆ ของตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว หากไม่รีบรักษา โรคหลอดเลือดในสมอง – อาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสไปทำให้เกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือดในสมอง นำไปสู่การตีบตันหรืออุดตันของหลอดเลือด จนเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือขาดเลือดเฉียบพลันได้ อัมพฤกษ์

ผื่นแดงแสบ ๆ คัน ๆ อาจไม่ใช่แค่ผื่นธรรมดา… ระวัง! อาจเป็นงูสวัด Read More »

MPLM81 Post 06 1200x628px

การเขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก อาจทำให้เสี่ยงมะเร็ง

เคยสังเกตไหม? เวลาไปจ่ายตลาดทีไร ก็มักจะเห็นปากเมจิกบนถุงอาหารที่เรากำลังซื้อจนชินตา แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า หมึกจากปากกาเมจิกสามารถซึมทะลุถุงได้ และสิ่งนี้อาจเป็นภัยเงียบที่กำลังทำร้ายสุขภาพของคุณอยู่โดยไม่รู้ตัว ทำไมแค่เขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก.ก็อาจกำลังเสี่ยงมะเร็ง เป็นเพราะหมึกปากกาเมจิกมีสารเคมีหลายชนิด รวมถึงสารเคมีที่เป็นตัวทำละลาย 2 ชนิด ซึ่งสารเคมีระเหยง่าย คือ และที่หมึกจากปากกาเมจิกสามารถซึมทะลุถุงเข้าไปได้นั้นเป็นเพราะ เมื่อถุงพลาสติกถูกความร้อน จะเกิดการขยายตัวขึ้น ทำให้ช่องว่างระหว่างโมเลกุลพลาสติกกว้างขึ้น ส่งผลให้ความชื้น อากาศ และสารเคมี สามารถแทรกซึมผ่านได้ง่ายขึ้น ทำให้หมึกของปากกาเมจิกซึมผ่านเข้ามาได้นั่นเอง หลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้อย่างไร? สำหรับผู้ซื้อ สำหรับผู้ขาย นอกจากการหลีกเลี่ยงปากกาเมจิกแล้ว ถุงพลาสติกเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะถุงร้อนใส่อาหารที่ได้มาตรฐาน จะทนความร้อนได้ 100-120 องศาเซลเซียส ทำให้สีหมึกไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้ โดยจะมีอยู่ 2 ชนิด การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยปกป้องคุณ และคนที่คุณรักจากความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดได้นั่นเอง อ้างอิง : Food Fun Fact, Mahidol Channel, รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,

การเขียนบนถุงอาหารด้วยปากกาเมจิก อาจทำให้เสี่ยงมะเร็ง Read More »

MPLM80 Post 09 1200x628px

เคล็ดลับคลายปวด คืนความสดชื่นให้ร่างกาย ต้องลองอบไอน้ำสมุนไพรจีน

ปวดเมื่อยตามตัว จนไม่อยากจะขยับเขยื้อนหรือรู้สึกอ่อนล้าเหมือนแบตเตอรี่ที่ใกล้หมดอยู่ตลอดเวลา หากใครที่กำลังมองหาทางออกให้อาการเหล่านี้ การอบไอน้ำสมุนไพรจีน อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา การอบไอน้ำสมุนไพรจีน (熏药) คือศาสตร์บำบัดจากธรรมชาติที่สืบทอดกันมายาวนานในแพทย์แผนจีน โดยใช้ไอน้ำที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจีน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และชี่ บรรเทาอาการปวดต่าง ๆ โดยไอน้ำร้อนช่วยเปิดรูขุมขน ขับของเสียออกผ่านเหงื่อ พร้อมพาสรรพคุณสมุนไพรซึมลึกเข้าสู่ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย และปรับสมดุลให้กับร่างกาย ประโยชน์ของการอบไอน้ำสมุนไพรจีน สมุนไพรจีนที่นิยมใช้ในการอบไอน้ำ เหมาะสำหรับใครบ้าง ข้อควรระวัง หากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน การอบไอน้ำสมุนไพรจีนไม่ใช่แค่ทางลัดในการผ่อนคลายความปวดเมื่อย แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงจากภายใน หากทำอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการใช้ชีวิตที่สมดุล จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจสงบ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นั่นเอง อ้างอิง : คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เคล็ดลับคลายปวด คืนความสดชื่นให้ร่างกาย ต้องลองอบไอน้ำสมุนไพรจีน Read More »

MPLM80 Post 08 1200x628px

เมื่อการสำลักอาหาร…อันตรายกว่าที่คิดในผู้สูงวัย

การสำลักอาหาร อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป ที่เกิดขึ้นแล้วหายไปในเวลาไม่นาน แต่ในผู้สูงวัย การสำลักอาหารนั้น อันตรายกว่าที่คิดมาก และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ทำไมผู้สูงวัยถึงเสี่ยงสำลักอาหาร ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงสำลักอาหารมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลโดยตรงต่อการกลืน ไม่ว่าจะเป็น สำลักอาหารแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ อันตรายจากการสำลักอาหาร ปอดอักเสบจากการสำลัก เป็นอันตรายที่พบบ่อย และรุนแรงที่สุด เกิดจากเศษอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลายและเสมหะในช่องปากหลุดเข้าไปในหลอดลมและปอดแทนที่จะลงหลอดอาหาร ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบอย่างรุนแรงในปอด ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ หากสำลักอาหารชิ้นใหญ่ อาจทำให้หลอดลมถูกปิดกั้นอย่างฉับพลัน ทำให้หายใจไม่ออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน วิธีป้องกัน และลดความเสี่ยงการสำลักอาหาร การสำลักอาหารในผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม การใส่ใจดูแล และป้องกันอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และปลอดภัยยิ่งขึ้น อ้างอิง : โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

เมื่อการสำลักอาหาร…อันตรายกว่าที่คิดในผู้สูงวัย Read More »

MPLM80 Post 06 1200x628px

ถึงเวลาตามหารสชาติมัทฉะแก้วโปรดของคุณแล้ว! ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน…มาทางนี้ได้เลย

มัทฉะ (Matcha) คือ ผงชาเขียวที่ได้จากใบชา นำมาบดจนได้ผงเนื้อเนียนละเอียด โดยทั่วไปมัทฉะสามารถแบ่งออกเป็น 3 เกรดหลัก ๆ ตามคุณภาพของใบชา กระบวนการผลิต และการใช้งาน มาดูกันว่ามัทฉะแบบไหนที่จะใช่สำหรับคุณ เกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) เกรดพรีเมียม (Premium Grade) เกรดประกอบอาหาร (Culinary Grade) ตัวอย่างสายพันธุ์ชา ที่นิยมนำมาทำเป็นมัทฉะ ในโลกของมัทฉะนั้นมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย การได้ลองชิม ชง ในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากจะเป็นความสนุกรูปแบบหนึ่งแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้เจอมัทฉะที่ใช่ในแบบของตัวเองอีกด้วย แหล่งที่มา : matcha.com, matchazuki, InfoStory, STKC ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ถึงเวลาตามหารสชาติมัทฉะแก้วโปรดของคุณแล้ว! ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน…มาทางนี้ได้เลย Read More »

Scroll to Top