baepaeliang

ทำไมสกินแคร์รักษาสิวฮอร์โมนไม่หาย? เผยเคล็ดลับรักษาสิวด้วยวิธีปรับสมดุลฮอร์โมน

ทำไมสกินแคร์รักษาสิวฮอร์โมนไม่หาย? เผยเคล็ดลับรักษาสิวด้วยวิธีปรับสมดุลฮอร์โมน

ประโคมสกินแคร์ตัวท็อปแค่ไหน สิวก็ยังขึ้นที่เดิมซ้ำ ๆ ยิ่งช่วงก่อนมีประจำเดือน! บริเวณคาง และกรามยิ่งหนัก นั่นเพราะสิวเหล่านั้นไม่ใช่แค่เรื่อง สิวสิว ที่เกิดจากความไม่สะอาด แต่คือ “สิวฮอร์โมน” ที่ครีมราคาแพงก็แก้ไม่ได้ เพราะต้นเหตุเกิดขึ้นภายในร่างกาย ทำไมสกินแคร์ถึง “เอาสิวฮอร์โมนไม่อยู่”? สกินแคร์ทำหน้าที่ดูแลผิวชั้นนอก (Epidermis) ช่วยลดแบคทีเรีย และผลัดเซลล์ผิว แต่ สิวฮอร์โมน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักเกินไป หากระบบภายในอย่าง “เลือด และลมปราณ” ไม่สมดุล ต่อให้ทายาดีแค่ไหน สิวใหม่ก็จะผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามวงจรของรอบเดือน สิว และศาสตร์การแพทย์แผนจีน ในมุมของศาสตร์การแพทย์แผนจีน สิวที่ขึ้นซ้ำซากมักเกิดจากระบบเลือด และมดลูกที่ทำงานไม่ปกติ เช่น เลือดน้อย เลือดหนืด หรือลมปราณติดขัด การจะรักษาสิวประเภทนี้ จึงต้องเริ่มจากการ “บำรุงเลือดและปรับสมดุลมดลูก” เพื่อให้ฮอร์โมนกลับมาคงที่ เปิดเคล็ดลับปรับสมดุลด้วย “แปะ ห่ง อี้” หนึ่งในตำรับยาสมุนไพรจีนที่สืบทอดกันมานาน และได้รับความนิยมอย่างมากคือ แปะ ห่ง อี้ ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เรื่องประจำเดือน แต่ยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสจากภายในด้วยส่วนประกอบสำคัญ แปะ […]

ทำไมสกินแคร์รักษาสิวฮอร์โมนไม่หาย? เผยเคล็ดลับรักษาสิวด้วยวิธีปรับสมดุลฮอร์โมน Read More »

ความดันสูงจัดการได้! ดูแลตัวเองกันง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ (และสมุนไพรจีน)

ความดันสูงจัดการได้! ดูแลตัวเองกันง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ (และสมุนไพรจีน)

ความดันสูงจัดการได้! ในบทความนี้ เรารวมแนวทางดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียว มาแนะนำ พร้อมวิธีแก้ด้วยสมุนไพรจีนที่จะช่วยลดปัญหาความดัน และปรับสมดุลด้วย! ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก โดยสามารถเกิดได้ตั้งแต่ในเด็กถึงคนสูงอายุที่มักพบภาวะนี้ได้บ่อยที่สุด และหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่โรคอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ หรือหลอดเลือดสมองตีบ  ความดันโลหิตสูงอาจเสี่ยงต่อสุขภาพกว่าที่คิด หาคำตอบกันในบทความนี้!‘ความดันโลหิตสูงเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง ?’ และเชื่อว่าหลายคนกำลังมองหา วิธีลดความดันแบบธรรมชาติ ซึ่งวิธีเหล่านั้นจะเป็นวิธีที่ทำเองได้ง่าย ไม่ซับซ้อน หรือต้องพึ่งยา และยังช่วยควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้เช่นกัน พร้อมกับการดูแลสุขภาพไปในตัวด้วย  3 วิธีลดความดันด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ ความดันสูง VS “ศาสตร์สมุนไพรจีน” ในทางแพทย์แผนจีน ความดันสูงไม่ได้เกิดจากหัวใจเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับ “ระบบตับและลมปราณ” ที่ติดขัดหรือร้อนเกินไป การใช้สมุนไพรจีนจึงไม่ใช่แค่การกดตัวเลขความดัน แต่คือการ “ปรับสมดุลเลือดและลมปราณ” ให้ไหลเวียนสะดวก รู้จักกับ “อาน เก็ง อี้” ตัวช่วยปรับสมดุลร่างกาย ช่วยดูแลอาการต่าง ๆ เหล่านี้ ภาวะความดันโลหิตสูงไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากเราเข้าใจวิธีรับมือ หัวใจสำคัญคือการ “ปรับ” พฤติกรรมพื้นฐานอย่างการทานอาหาร DASH Diet ออกกำลังกาย

ความดันสูงจัดการได้! ดูแลตัวเองกันง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ (และสมุนไพรจีน) Read More »

MPl SEO DECEMBER IMAGE 3

5 อาหารบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง ใครมีปัญหาเรื่องประจำเดือนอยู่ต้องอ่าน!

พอถึงช่วงมีประจำเดือนทีไร ร่างกายเหมือนจะหมดแรงเอาดื้อ ๆ ทั้งอาการปวดท้อง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือบางทีก็มีอาการหน้ามืด เวียนหัว และผิวพรรณดูซีดเซียวไม่สดใส อาการเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายสูญเสียเลือด และขาด “ธาตุเหล็ก” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงนั่นเอง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับสาว ๆ ในช่วงที่มีประจำเดือน! การดูแลตัวเองจากภายในด้วยการเลือกทานอาหารที่ถูกต้อง จึงเป็นวิธีที่ยั่งยืนที่สุดในการช่วยปรับสมดุลร่างกาย ลดความทรมานจากปัญหาประจำเดือน และช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เราจึงรวบรวม 5 แหล่งอาหารบำรุงเลือด ที่หาทานง่ายและได้ผลดีเยี่ยมมาฝากกัน 5 อาหารบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง 1.เลือด ตับ และเนื้อแดง (Red Meat & Organ Meats) แหล่งธาตุเหล็กที่ดีที่สุดคือ “ธาตุเหล็กกลุ่มฮีม” (Heme Iron) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที พบมากในตับหมู เลือด และเนื้อวัว การทานในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้อย่างรวดเร็ว 2.ผักใบเขียวเข้ม (Dark Leafy Greens) สำหรับสายสุขภาพหรือคนไม่ทานเนื้อสัตว์ ผักอย่าง ผักโขม (Spinach) หรือคะน้า เป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี แม้จะเป็นกลุ่มที่ดูดซึมยากกว่าเนื้อสัตว์เล็กน้อย แต่ก็มีกากใยสูงและช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมได้ดีมากครับ 3.ธัญพืช

5 อาหารบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง ใครมีปัญหาเรื่องประจำเดือนอยู่ต้องอ่าน! Read More »

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน

อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือรู้สึกไม่มีแรงบ่อย ๆ อย่าคิดว่าเป็นเพียงความเพลียจากการทำงานหนัก แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าระบบภายใน โดยเฉพาะ “ระบบเลือด และหลอดเลือด” กำลังเสียสมดุล!  และหากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างอัมพฤกษ์ อัมพาตได้! หากไม่รีบดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำไม “ใจสั่น-เหนื่อยง่าย” ถึงอันตรายกว่าที่คิด? สาเหตุของอาการใจสั่น และเหนื่อยง่าย มักเกิดได้จากวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน หรือภาวะผิดปกติกับร่างกาย สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต สาเหตุจากภาวะผิดปกติในร่างกาย รู้จัก “อาน เก็ง อี้” ตำรับสมุนไพรตอบโจทย์ปัญหาหัวใจและเลือด สมุนไพรจากแบแปะเลี้ยง “อาน เก็ง อี้” (On Kung Pills) ตัวช่วยในการดูแลระบบเลือดและหัวใจโดยเฉพาะ  โดยมีสรรพคุณหลักในการลดความดันโลหิต บำรุงระบบไหลเวียนเลือด และช่วยลดการสะสมไขมันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการหน้ามืด วิงเวียน และอ่อนแรง วิธีการรับประทาน “อาน เก็ง อี้” ดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน เริ่มต้นที่การป้องกัน อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น และไม่มีแรง จะดีขึ้นได้หากเราดูแลหลอดเลือดให้สะอาดและแข็งแรงอยู่เสมอ การทาน อาน

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน Read More »

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง”

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง”

พฤติกรรมที่ชาววัยทำงานต้องเคยทำ นอนดึก-ตื่นเช้า ทานอาหารไม่ตรงเวลา แถมชอบมากพวกอาหารที่มีน้ำตาลสูง ๆ เนี้ย แต่ทุกคนรู้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงทำให้ต่อมหมวกไตพังมากกว่าที่คิด! เพราะจะทำให้ต่อมหมวกไตต้องทำงานหนักกว่าเดิม ซึ่งต่อมหมวกไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการเปลี่ยนอาหารที่เราทานเข้าไป เป็นพลังงานให้กับร่างกายนั่นเอง ต่อมหมวกไตยังมีความสำคัญในระบบอื่น ๆ เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญพลังงาน ความดันเลือด และความเครียด พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่เราทำ โดยเฉพาะคนที่โหมใช้ร่างกายหนักเกินไป และไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งไม่ใช่แค่ต่อมหมวกไตที่พัง แต่ร่างกายส่วนอื่นก็ด้วย! ไปเช็กกันว่าเราตรงกับข้อใดบ้าง… 5 พฤติกรรม “เสี่ยง” ต่อมหมวกไตพัง! ต่อมหมวกไตเริ่ม “ล้า” ร่างกายจะฟ้องอย่างไร? กู้คืนระบบ “ต่อมหมวกไต” ให้กลับมาฟิตเหมือนเดิม อ่านเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมที่นี่ สมุนไพร กู เต็ก อี้ ต่อมหมวกไตเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญมากไม่ต่างจากส่วนอื่น และยังเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนชั้นดีของร่างกาย ฉะนั้นจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลต่อมหมวกไตไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้อง “ฟังเสียงร่างกาย” ให้มากขึ้น อย่าฝืนใช้งานร่างกายจนเกินขีดจำกัด อย่าลืมหันมาดูแลตัวเองและพักผ่อนให้มาก ๆ เพราะหากต่อมหมวกไตเสื่อมลง ระบบอื่น ๆ ในร่างกายก็จะรวนตามไปด้วย ไม่ต่างกับเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม รู้ทัน !

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง” Read More »

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ?

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ?

เคยได้ยินกันมาตลอดเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่” แต่เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมต้องมีสายพันธุ์ A สายพันธุ์ B ? แล้วทั้งสองต่างกันไหม ? เราลองมาอ่านเพิ่มเติมในบทความนี้กัน ไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B หรือแม้แต่สายพันธุ์ C โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีอาการ และความรุนแรงต่างกัน ซึ่งเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย และเนื่องจากอาการของไข้หวัดนั้นใกล้เคียงกับโรคโควิด-19 มาก จึงทำให้อาจเกิดความสับสนได้ ฉะนั้นควรได้รับการตรวจโดยแพทย์อย่างถูกต้องถึงจะวินิจฉัยได้ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A (Influenza A) สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ทั้งคนและสัตว์ โดยเฉพาะ นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หรือหมู และมักมีอาการอยู่ถึง 1 อาทิตย์ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงวัยด้วย) เชื้อจะกลายพันธุ์ได้เร็ว อาการ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B (Influenza B) สายพันธุ์นี้จะเป็นกันเยอะ และแพร่กระจายจากคนสู่คนเท่านั้น  อาการ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ? Read More »

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล!

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล!

ฮอร์โมน คือ สารที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย และมีหลายประเภท จึงทำให้บางครั้งหากมีการหลั่งฮอร์โมนบางประเภทมากเกินไป หรือฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล จะทำให้อวัยวะส่วนนั้นที่ได้รับฮอร์โมนอาจทำงานได้ไม่ดี  ซึ่งอาการปวดท้องน้อย และประจำเดือนมาช้าหรือไม่มาก็เป็นหนึ่งในอาการที่เกิดจากฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนั่นเอง แต่แล้วภาวะที่ฮอร์โมนไม่สมดุลมันเกิดจากอะไรได้บ้าง แล้วส่งผลต่อการมีประจำเดือนของสาว ๆ ได้อย่างไร ? ฮอร์โมน กับประจำเดือน ฮอร์โมนจะส่งผลต่อแทบจะทุกส่วนในร่างกาย โดยฮอร์โมนที่มีผลต่อการมีประจำเดือนของสาว ๆ มากที่สุด ก็คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนตัวนี้ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป ก็สามารถทำให้การมีประจำเดือนผิดปกติไปด้วย เช่น มาช้า ขาดประจำเดือน หรือมีสี กลิ่น และปริมาณที่ผิดปกติ ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่เพียงพอ ทำให้… นอกจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีความสำคัญต่อวัยทองมาก เพราะฮอร์โมนยังมีผลต่อการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่กระดูกเปราะ ฉะนั้นการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือร่างกายไม่ได้รับฮอร์โมนนี้อย่างเพียงพอ ก็อาจทำให้มีปัญหาสุขภาพหลายอย่างตามมา  วิธีเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ปรับสมดุลร่างกายก่อนมีประจำเดือน แปะ ห่ง อี้ ช่วยเรื่องเหล่านี้.. อ่านข้อมูลสมุนไพร แปะ ห่ง อี้ ได้ในบทความนี้ – ‘สมุนไพรคู่ใจสตรี แปะ

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล! Read More »

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด!

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด!

ความเครียดอาจไม่ใช่แค่อาการที่ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่อาจส่งผลถึงสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราด้วย โดยความเครียดเป็นอาการที่อาจทำให้รู้สึก ปวดหัว (โดยเฉพาะส่วนไมเกรน) มึนหัว บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้จากความเครียด หรือเรียกว่า เครียดลงกระเพาะ นั่นเอง และยังมีภาวะอื่น ๆ ที่เกิดได้จากความเครียดด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดัน หรือระบบภูมิคุ้มกันก็ตาม! ต้องกล่าวว่า ความเครียด คืออาการหนึ่งที่เกิดจากความรู้สึกของคนคนหนึ่งอย่าง ความกลัว ไม่ว่าจะมาจากความกลัวในคน สัตว์ สิ่งของ (Phobia) หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (PTSD) หรือแม้แต่การรู้สึกกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยความเครียดมักเกิดได้เป็นระยะ ๆ (ไม่เหมือนกับซึมเศร้าที่จะมีอาการเครียดตลอดเวลา และเป็นติดต่อกันนาน ๆ) ความเครียดเกิดจากอะไร ? ความเครียดมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ตายตัว แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า แต่ก็มีปัจจัยของการเกิดความเครียดอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น ฮอร์โมน หรือการใช้ชีวิตในประจำวันของเราอย่าง การทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง นั่นจึงทำให้ผู้ที่มีความเครียดจะไม่ค่อยพูดคุย หรือร่วมกิจกรรมกับคนหมู่มาก ความเครียดส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ? การที่มีความเครียดมากเกินไปก็อาจทำให้ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ อย่างที่เขียนในตอนต้น  ซึ่งจะเห็นได้ว่าความเครียดสามารถส่งผลต่ออวัยวะในร่างกายหลายส่วนมาก แต่เพราะอะไรกันนะ ?

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด! Read More »

MPL Post 08 RESIZE 1200x628 NOVEMBER

“นิโคตินความสุข” ที่คุณสูบ…อาจต้องจ่ายด้วย “ทั้งชีวิต”

โดยตัวการหลักก็คือ นิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ซ่อนอยู่ในควันและไอระเหย ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรง ทำให้ผู้สูบรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย จนเกิดความรู้สึกอยากสูบอีก จนเสพติดไปเรื่อย ๆ นั่นเอง มาเช็กกันว่า ความสุขจากนิโคติน กำลังทำลายอะไรในตัวคุณบ้าง? หัวใจทำงานหนักขึ้นนิโคตินจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและบีบตัวแรงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นทันทีที่สูบ หลอดเลือดตีบ และอุดตันง่ายขึ้นสารพิษในควัน และไอระเหย ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และหดตัวลง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน เพิ่มไขมันเลว (LDL) ลดไขมันดี (HDL)นิโคตินส่งผลให้สมดุลไขมันในร่างกายพัง เร่งให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้เร็วกว่าปกติ ทำลายปอดและระบบหายใจไม่ว่าจะมาจากควันบุหรี่หรือไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้า สารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ และถุงลมปอดโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพอง และหลอดลมอักเสบ กระตุ้นกรด สร้างแผลในกระเพาะนิโคตินกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากเกินความจำเป็น จนไปกัดผนังกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงนิโคตินจะคอยกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้แย่ลง ส่งผลให้แผลหายช้า รวมถึงเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น แผลหายช้า ผิวเสื่อมโทรมเมื่อเลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้เซลล์ผิวและเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนน้อยลง รวมถึงคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย ทำให้ผิวเสื่อมโทรมดูแก่ก่อนวัย เร่งเซลล์มะเร็งให้โตเร็วกว่าเดิมนิโคตินไม่เพียงแต่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เซลล์มะเร็งที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกายเติบโตและขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ระหว่าง “ความสุขชั่วคราว” กับ “สุขภาพที่ยั่งยืน”

“นิโคตินความสุข” ที่คุณสูบ…อาจต้องจ่ายด้วย “ทั้งชีวิต” Read More »

MPL Post 06 RESIZE 1200x628 NOVEMBER

“ไมโครพลาสติก” ภัยจิ๋วตัวร้าย ทำลายเซลล์สมอง

รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้เราอาจกำลังกินหรือหายใจเอาพลาสติกจิ๋วเข้าไปโดยไม่รู้ตัว? โดยพลาสติกจิ๋ว หรือไมโครพลาสติก เป็นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ที่แฝงมากับอาหาร น้ำดื่ม เครื่องสำอาง หรือแม้แต่ฝุ่นในอากาศ โดยเข้าสู่ร่างกายของเราได้สามทาง คือ ผ่านทางการกิน – ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยที่สุด เช่น การดื่มน้ำจากขวดพลาสติก อุ่นอาหารแช่แข็งผ่านทางการหายใจ – อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 สามารถถูกสูดเข้าไปพร้อมกับการหายใจผ่านทางผิวหนัง – แม้จะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือยาบางชนิดก็อาจมีส่วนผสมของไมโครพลาสติกที่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ แล้วไมโครพลาสติก เข้าไปทำลายสมองของเราได้อย่างไร ?แทรกซึมสู่กระแสเลือด – เมื่อเรากิน หายใจ หรือสัมผัสเอาไมโครพลาสติกเข้าไป อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะสามารถแทรกซึมผ่านผนังลำไส้หรือปอด และวิ่งเข้าสู่กระแสเลือดได้ กระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง – ร่างกายจะมองว่าไมโครพลาสติกเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามกำจัด และทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เมื่อได้รับไมโครพลาสติกอย่างต่อเนื่อง การอักเสบนี้จะกลายเป็นภาวะเรื้อรัง ทะลุผ่านแนวกั้นสมอง – ภาวะอักเสบเรื้อรังนี้เองที่ทำให้ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (Blood-Brain Barrier) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสารอันตรายเข้าสู่สมองอ่อนแอลง และเกิดช่องโหว่ เปิดทางให้ไมโครพลาสติกเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้ รบกวนการทำงานของเซลล์สมอง – เมื่อไมโครพลาสติดเข้าไปในสมองแล้ว

“ไมโครพลาสติก” ภัยจิ๋วตัวร้าย ทำลายเซลล์สมอง Read More »

Scroll to Top