เคยได้ยินกันมาตลอดเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่” แต่เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมต้องมีสายพันธุ์ A สายพันธุ์ B ? แล้วทั้งสองต่างกันไหม ? เราลองมาอ่านเพิ่มเติมในบทความนี้กัน
ไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B หรือแม้แต่สายพันธุ์ C โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีอาการ และความรุนแรงต่างกัน ซึ่งเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย และเนื่องจากอาการของไข้หวัดนั้นใกล้เคียงกับโรคโควิด-19 มาก จึงทำให้อาจเกิดความสับสนได้ ฉะนั้นควรได้รับการตรวจโดยแพทย์อย่างถูกต้องถึงจะวินิจฉัยได้
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A (Influenza A)
สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ทั้งคนและสัตว์ โดยเฉพาะ นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หรือหมู และมักมีอาการอยู่ถึง 1 อาทิตย์ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงวัยด้วย) เชื้อจะกลายพันธุ์ได้เร็ว
อาการ
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- เจ็บคอ ไอแห้ง
- มีน้ำมูก เสมหะ คัดจมูก
- เหนื่อยล้า และปวดเมื่อยรุนแรง
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B (Influenza B)
สายพันธุ์นี้จะเป็นกันเยอะ และแพร่กระจายจากคนสู่คนเท่านั้น
อาการ
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- ไอเรื้อรัง
- หายใจถี่ แน่นหน้าอก
- คลื่นไส้ อาเจียน
- มีน้ำมูก เสมหะ คัดจมูก
- เหนื่อยล้า และปวดเมื่อยทั่วร่างกาย
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ?
ตารางเปรียบเทียบ สายพันธุ์ B กับ A
| ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A) | ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B) | |
| ความรุนแรงของโรค | รุนแรงมาก มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้สูงกว่า | รุนแรงปานกลาง แต่ยังคงอันตรายในเด็ก และผู้สูงอายุ |
| แหล่งแพร่เชื้อ (Host) | พบได้ทั้งใน คน และสัตว์ (เช่น นก, หมู) | พบได้เฉพาะใน คน เท่านั้น |
| การกลายพันธุ์ | รวดเร็วมาก ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ได้ตลอดเวลา | กลายพันธุ์ ช้ากว่า สายพันธุ์ A |
| การระบาด | แพร่ระบาดได้กว้างขวาง และมีโอกาสเกิด การระบาดใหญ่ (Pandemic) | มักระบาดตามฤดูกาล (Seasonal Outbreak) |
| อาการที่สังเกตได้ | ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง อ่อนเพลียจัด | อาการคล้ายกัน แต่อาจพบอาการทางระบบทางเดินอาหารได้ในบางราย |
ไข้หวัดใหญ่ VS โควิด-19: ทำไมอาการคล้ายกันแต่ต้องตรวจให้ชัด?
การแยกแยะระหว่าง โรคไข้หวัดใหญ่ และ โรคโควิด-19 ด้วยการสังเกตอาการเพียงอย่างเดียวนั้นทำได้ยาก เนื่องจากทั้งสองโรคส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน การวินิจฉัยที่แม่นยำจึงต้องอาศัยการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชุดตรวจ ATK หรือการเข้ารับการวินิจฉัยโดยแพทย์ เพื่อระบุประเภทของเชื้อไวรัสที่ได้รับ ได้อย่างชัดเจนที่สุดค่ะ
คำแนะนำ: แม้อาการเริ่มต้นจะดูคล้ายกันมาก แต่แนวทางการรักษานั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงไม่แนะนำให้ซื้อยามาทานเองโดยยังไม่ทราบผลตรวจที่แน่ชัดค่ะ
วิธีดูแลอาการจากไข้หวัดใหญ่
วิธีการดูแลอาการจากไข้หวัดใหญ่ ควรดูแลตามอาการที่เกิดขึ้น และควรได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจนก่อน
- เข้ารับการตรวจโดยแพทย์ และวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และสายพันธุ์อะไร เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง
- ควรงดอาหารที่จะทำให้อาการแย่ลง
- อาหารรสจัด อาหารร้อน
- อาหารที่ไขมันสูง อาหารทอด เนื้อติดมัน
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน นม และแอลกอฮอล์
- จิบน้ำบ่อย ๆ สามารถดื่มได้ทั้งน้ำเย็น น้ำอุ่น หรือทานเป็นซุปอุ่น ๆ ก็ได้
- ทานสมุนไพรที่ช่วยรักษาตามอาการ เช่น งู่ อึ่ง อี้ สมุนไพรที่ช่วยขับเสมหะ
- ช่วยขับเสมหะเหนียวข้น
- ช่วยลดอาการระคายเคืองคอ
- บรรเทาอาการไอ
- อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม เกี่ยวกับสมุนไพร งู่ อึ่ง อี้ !
ข้อสรุปของความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ สายพันธุ์ B ก็คือ อาการที่เกิดกับร่างกาย และระยะการระบาดของสายพันธุ์ รวมถึงชนิดของเชื้อไวรัสที่เข้าไปในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อร่างกายต่างกัน อย่างสายพันธุ์ B จะมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย
ทั้งนี้เมื่อได้รับสัญญาณเตือนจากร่างกายไม่ว่าจะเป็น เจ็บคอ ไอเรื้อรัง มีเสมหะหรือน้ำมูก ทุกคนควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ! เพราะไข้หวัดใหญ่ก็อันตรายไม่ต่างกับโรคร้ายอื่น ควรรีบดูแลตัวเองก่อนจะสายเกินไป
รู้ทัน ! สัญญาณเตือนสุขภาพ ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป… อ่านบทความความรู้สุขภาพ และเรื่องสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา baepaeliang.com
ที่มาข้อมูล
Healthline : What Are the Symptoms of Influenza B?, 10 Natural Remedies for Flu Symptoms
Health : What Is the Difference Between Flu A and Flu B?
Cleveland clinic : What’s the Difference Between Influenza A and Influenza B?
Mayo clinic : COVID-19 vs. flu: Similarities and differences





