ตำราสุขภาพดี

ตำราสุขภาพดี

MPLM80 Post 08 1200x628px

เมื่อการสำลักอาหาร…อันตรายกว่าที่คิดในผู้สูงวัย

การสำลักอาหาร อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป ที่เกิดขึ้นแล้วหายไปในเวลาไม่นาน แต่ในผู้สูงวัย การสำลักอาหารนั้น อันตรายกว่าที่คิดมาก และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ทำไมผู้สูงวัยถึงเสี่ยงสำลักอาหาร ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงสำลักอาหารมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลโดยตรงต่อการกลืน ไม่ว่าจะเป็น สำลักอาหารแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ อันตรายจากการสำลักอาหาร ปอดอักเสบจากการสำลัก เป็นอันตรายที่พบบ่อย และรุนแรงที่สุด เกิดจากเศษอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลายและเสมหะในช่องปากหลุดเข้าไปในหลอดลมและปอดแทนที่จะลงหลอดอาหาร ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบอย่างรุนแรงในปอด ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ หากสำลักอาหารชิ้นใหญ่ อาจทำให้หลอดลมถูกปิดกั้นอย่างฉับพลัน ทำให้หายใจไม่ออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน วิธีป้องกัน และลดความเสี่ยงการสำลักอาหาร การสำลักอาหารในผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม การใส่ใจดูแล และป้องกันอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และปลอดภัยยิ่งขึ้น อ้างอิง : โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

เมื่อการสำลักอาหาร…อันตรายกว่าที่คิดในผู้สูงวัย Read More »

MPLM80 Post 06 1200x628px

ถึงเวลาตามหารสชาติมัทฉะแก้วโปรดของคุณแล้ว! ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน…มาทางนี้ได้เลย

มัทฉะ (Matcha) คือ ผงชาเขียวที่ได้จากใบชา นำมาบดจนได้ผงเนื้อเนียนละเอียด โดยทั่วไปมัทฉะสามารถแบ่งออกเป็น 3 เกรดหลัก ๆ ตามคุณภาพของใบชา กระบวนการผลิต และการใช้งาน มาดูกันว่ามัทฉะแบบไหนที่จะใช่สำหรับคุณ เกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) เกรดพรีเมียม (Premium Grade) เกรดประกอบอาหาร (Culinary Grade) ตัวอย่างสายพันธุ์ชา ที่นิยมนำมาทำเป็นมัทฉะ ในโลกของมัทฉะนั้นมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย การได้ลองชิม ชง ในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากจะเป็นความสนุกรูปแบบหนึ่งแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้เจอมัทฉะที่ใช่ในแบบของตัวเองอีกด้วย แหล่งที่มา : matcha.com, matchazuki, InfoStory, STKC ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ถึงเวลาตามหารสชาติมัทฉะแก้วโปรดของคุณแล้ว! ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน…มาทางนี้ได้เลย Read More »

มาทำความรู้จัก 'โรคแอนแทรกซ์' ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน ที่หลายคนสงสัยว่า... มันอันตรายแค่ไหนกัน ?

มาทำความรู้จัก ‘โรคแอนแทรกซ์’ ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) หรืออาจเป็นที่รู้จักในชื่อโรคกาลี เป็นโรคระบาดโรคหนึ่งในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสามารถพบสปอร์ของเชื้อได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในดิน หญ้า หรือแหล่งน้ำ จึงมักติดต่อสู่สัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหาร เช่น วัว กระบือ แพะ แกะ นอกจากนี้ เชื้อแอนแทรกซ์ยังมีความทนทานต่อความร้อน และความเย็นได้ดี มีระยะฝักตัว 1 – 7 วัน หรืออาจนานถึง 60 วัน สามารถแพร่กระจายสู่สัตว์ชนิดอื่นหรือคนได้ โดยการติดต่อสู่คน จะสามารถติดต่อได้ 3 ทาง อาการของโรค ป้องกันได้อย่างไร แม้ว่าโรคแอนแทรกซ์ ไม่สามารถติดต่อโดยตรงจากคนสู่คนได้ เหมือนไข้หวัด การสัมผัสผู้ป่วยในชีวิตประจำวัน เช่น การพูดคุย จับมือ จึงไม่ทำให้ติดโรค แต่อย่างไรก็ตาม หากได้รับเชื้อแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที โรคนี้ก็อาจมีอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ด้วยความปรารถนาดีจากแบแป๊ะเลี้ยง แหล่งที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

มาทำความรู้จัก ‘โรคแอนแทรกซ์’ ภัยเงียบจากสัตว์สู่คน Read More »

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ลิ้นเปรียบเสมือนหน้าต่างที่สะท้อนสุขภาพภายในของเรา การวินิจฉัยจากลิ้น จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่แพทย์แผนจีนใช้ประเมินความสมดุลของ ชี่ (พลังงาน) เลือด และอวัยวะต่าง ๆ มาดูกันว่า สีลิ้น แบบต่าง ๆ บ่งบอกอะไรได้บ้าง ลิ้นสีแดงอมชมพู ลิ้นสีขาวซีด ลิ้นสีแดง ลิ้นสีแดงเข้ม ลิ้นสีคล้ำอมม่วง อย่างไรก็ตาม การดูสีของลิ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยเท่านั้น เพราะตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ยังต้องพิจารณาลักษณะอื่น ๆ เช่น รูปร่าง, ฝ้าบนลิ้น, ลักษณะของลิ้น เพิ่มเติมด้วยนั่นเอง ด้วยความปรารถนาดีจากแบแป๊ะเลี้ยง แหล่งที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว,

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า สีลิ้นของเรามักเปลี่ยนไปตามสุขภาพร่างกาย Read More »

อาหารค้างคืน...แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก 'อร่อย' เป็น 'อันตราย' ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน

อาหารค้างคืน…แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก ‘อร่อย’ เป็น ‘อันตราย’ ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน

หลายคนอาจคิดว่าอาหารเก็บไว้ในตู้เย็นแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยแต่รู้ไหมว่า…แค่ข้ามคืนเดียว อาหารอาจเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพ และหากได้รับสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย มาดูกันว่า “อาหารค้างคืน” ซ่อนความเสี่ยงอะไรไว้บ้าง แบคทีเรียเติบโตแม้ในตู้เย็น เชื้อโรคบางชนิด เช่น Listeria monocytogenes สามารถทนความเย็นได้ดี แม้อุณหภูมิในตู้เย็นจะต่ำ แต่ไม่ได้หยุดการเติบโตของเชื้อโรคได้ 100% อุ่นใหม่…ไม่ปลอดภัยเสมอไป การอุ่นอาหารไม่ได้ทำลายเชื้อโรคได้ทั้งหมด รวมถึงสารพิษบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อนสูง คุณค่าลดลง…รสชาติเปลี่ยน การนำอาหารมาอุ่นซ้ำ สามารถทำให้สารอาหารบางชนิดลดลง เช่น วิตามินซี วิตามินบี รวมถึงทำให้รสชาติเปลี่ยนไปด้วย อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอาหารค้างคืน เคล็ด(ไม่)ลับ กินอย่างไรให้ร่างกายแฮปปี้ ของเหลือแม้ไม่ใช่ของเสีย…แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป อย่าให้ความเสียดาย…กลายเป็นต้นเหตุทำร้ายสุขภาพ แหล่งที่มา : กรมอนามัย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มหิดล แชแนล

อาหารค้างคืน…แค่คืนเดียว เปลี่ยนจาก ‘อร่อย’ เป็น ‘อันตราย’ ได้ยังไง มาหาคำตอบกัน Read More »

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน

บำรุงต้นไม้ต้องดูที่ราก บำรุงร่างกายต้องดูที่เท้า เป็นสุภาษิตของจีน ที่บ่งบอกถึงการให้ความสำคัญของการดูแลเท้า เนื่องจากในศาสตร์การแพทย์แผนจีน เท้า เปรียบเสมือน หัวใจที่สอง ของร่างกาย เพราะเท้าเป็นจุดเริ่มต้น และสิ้นสุดของเส้นลมปราณหลายเส้น ซึ่งเชื่อมโยงกับอวัยวะภายในต่าง ๆ ทั่วร่างกายนั่นเอง เคล็ดลับการแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน ช่วงเวลาแช่เท้าที่เหมาะสม: 19.00 – 23.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เส้นลมปราณของตับ และไต ทำงานช้าลง การแช่เท้าในช่วงเวลานี้จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น น้ำแช่เท้าควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ 38 องศา – 43 องศา เพราะหากน้ำร้อนเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง แตกได้ นอกจากนี้ ความร้อนที่สูงเกินไปยังทำให้หลอดเลือดขยายตัวมากเกินไป อาจลดการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง และไต ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที เพราะเป็นระยะเวลาที่เพียงพอให้ร่างกายเกิดการตอบสนองต่อความร้อน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แช่ให้รู้สึกมีเหงื่อซึมบริเวณหน้าผากเล็กน้อย เพราะเป็นปฏิกิริยาที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อความร้อนอย่างเหมาะสม และในทางแพทย์แผนจีน เหงื่อซึมเป็นสัญญาณของการเคลื่อนที่ของพลังงาน (ชี่) ที่ดี

ปลดล็อกความเมื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยศาสตร์การแช่เท้าแบบแพทย์แผนจีน Read More »

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพกายและใจของเราทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่า “เพียงพอ” ในแต่ละช่วงวัยนั้นแตกต่างกันไป ? ชั่วโมงการนอนหลับที่เพียงพอของแต่ละวัย การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาวได้ เช่น เคล็ดลับการนอนให้เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ นอกจากการนอนให้เพียงพอตามช่วงวัย คุณภาพการนอน และเวลาที่เข้านอน ก็ส่งผลต่อสุขภาพไม่แพ้กัน ดังนั้น การนอนที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่รวมถึงช่วงเวลานอน และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยนั่นเอง แหล่งที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, อนามัยมีเดีย, หนังสือ นอนถูกวิธี สุขภาพดีตลอดชีวิต,

เช็กเลย! นอนเท่าไหร่ถึงพอกับวัยของคุณ Read More »

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

ในปัจจุบัน ฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก นอกจากการสวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นสูงแล้ว การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันผลกระทบจากฝุ่นได้ วันนี้เราขอแนะนำ 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลกระทบจากฝุ่นที่เข้าสู่ร่างกาย กลุ่มอาหารที่มี เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) พบได้ใน – ผักผลไม้สีส้ม และเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง หรือ ผักสีเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรอกโคลี คะน้า กลุ่มอาหารที่มี ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) พบได้ใน – กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ คะน้า ผักกาดขาว กวางตุ้ง กะหล่ำดาว บรอกโคลี กลุ่มอาหารที่มี วิตามินซี (Vitamin C) พบได้ใน – ผักบุ้ง ผักโขม มันฝรั่ง ส้ม กีวี ฝรั่ง มะขามป้อม กลุ่มอาหารที่มี

เสริมเกราะให้ร่างกาย สู้ฝุ่น PM 2.5 ด้วย 5 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน Read More »

6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ

 6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ

เราอาจเคยได้ยินคำว่า หวัดลงคอ กันมาบ้าง ซึ่งเป็นคำเรียกของอาการไอ ระคายเคืองคอ เสียงแหบ หรือรู้สึกมีเสมหะในคอ และจริง ๆ แล้ว มันคืออะไรกันแน่ ? หวัดมีลำดับขั้นด้วยหรือ ? ในบทความนี้มีคำตอบมาให้แล้ว พร้อมวิธีแก้ไขอาการไอบ่อย ๆ ให้ด้วย ! หวัดลงคอ คืออะไร ? หวัดลงคอ คือคำเรียกอาการผิดปกติที่ลำคอ เช่น ไอ ไอแห้ง ระคายเคืองคอ มีเสมหะ เสียงแหบ โดยเกิดจากการติดเชื้อในลำคอ ส่งผลให้เกิดอาการเหล่านั้นได้ อาการของหวัดลงคอ หวัดลงคอสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลที่คน และทุกช่วงอายุ โดยอาการเหล่านี้มักหายเป็นปกติได้เองเมื่อไข้ลดลง แต่ก็อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้เช่นกัน สาเหตุของหวัดลงคอ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหวัดลงคอ คือ ไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อโรค จากไข้หวัด เสมหะที่ตกค้าง หรือมลพิษภายนอกที่เข้าไปในลำคอโดยจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้นั่นเอง ทั้งนี้มีปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคกรดไหลย้อน เป็นต้น 6 วิธีแก้ไอบ่อย

 6 วิธีแก้ไอบ่อย มีเสมหะ จากภาวะหวัดลงคอ Read More »

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน !

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน !

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองในคอ อาจไม่ได้เกิดจากอาการไข้อย่างเดียว ! โรคกรดไหลย้อนเองก็สามารถทำให้เกิดอาการไอได้เช่นกัน โดยจะรียกกันว่า โรคกรดไหลย้อนขึ้นคอ หรือ Laryngopharyngeal reflux (LPR) กรดไหลย้อนขึ้นคอ (LPR) คืออะไร ? ภาวะกรดไหลย้อนขึ้นคอ (Laryngopharyngeal reflux) คือภาวะที่น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารเหนือช่วงอก เช่น ลำคอส่วนบน คอหอย หรือบริเวณใกล้กับกล่องเสียง ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณลำคอ มีอาการไอ มีเสมหะ และอาจส่งผลให้มีน้ำมูก และขัดจมูกได้อีกด้วย กรดไหลย้อนขึ้นคอ กับ กรดไหลย้อนทั่วไป ต่างกันยังไง ? กรดไหลย้อนขึ้นคอ คือ กรดไหลย้อนขั้นที่อันตรายกว่า เพราะน้ำย่อยจะอยู่ในหลอดอาหารส่วนบนไปแล้ว คือ ลำคอ แทนที่จะอยู่ในหลอดอาหารช่วงอกเหมือนกรดไหลย้อนทั่วไป ซึ่งกรดไหลย้อนขึ้นคอ อาจความเสี่ยงติดเชื้อบริเวณลำคอได้ กรดไหลย้อนขึ้นคอ กรดไหลย้อนทั่วไป Tips: หูรูดหลอดอาหารส่วนบนและส่วนล่าง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อน โดยหูรูดหลอดอาหารส่วนบนจะเชื่อมกับลำคอ และหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะเชื่อมกับกระเพาะ สาเหตุของกรดไหลย้อนขึ้นคอ กรดไหลย้อนขึ้นคอ หรือกรดไหลย้อนทั่วไป อาจเกิดได้จากการบีบตัวของกระเพาะ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหูรูดในหลอดอาหารส่วนบนและส่วนล่าง 

ไอ มีเสมหะ ระคายเคืองคอ จากโรคกรดไหลย้อน ! Read More »

Scroll to Top