baepaeliang

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน !

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน !

โดยส่วนใหญ่คนมักเชื่อว่าไขมันทุกแบบที่เจอในอาหารทั้งหมดจะทำให้อ้วน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่สักทีเดียว! เพราะไขมันในอาหารมีหลายแบบ สามารถแบ่งได้เป็นไขมันดี หรือ HDL และไขมันไม่ดี หรือ LDL โดยในไขมันไม่ดีจะมีคอเลสเตอรอลไม่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอ้วนง่ายนั่นเอง คอเลสเตอรอลทั้ง 2 ประเภท ไขมันทรานส์ คือ… ไขมันทรานส์หรือไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันอีกประเภทที่มักพบได้ในทั้งเนื้อสัตว์ หรือน้ำมันทำอาหาร โดยไขมันทรานส์สามารถแข็งตัวได้ง่ายแม้อยู่ในอุณหภูมิห้อง และยังเป็นไขมันที่ทำให้เกิดการอุดตันในเลือด และเสี่ยงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ ทำไมทานแล้วอ้วน ? ไขมันทรานส์มักทำให้มีการเกิดของคอเลสเตอรอลที่มากขึ้น โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และลดการทำงานของคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) ลง ทำให้เกิดการสะสมของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ติดอยู่ตามผนังหลอดเลือด และทำให้มีไขมันส่วนเกินทั่วร่างกาย ส่งผลให้มีรูปร่างอ้วน และน้ำหนักขึ้นได้ง่ายกว่าปกตินั่นเอง ไขมันทรานส์ อยู่ในอาหารแบบไหนบ้าง ? ทานอะไรช่วยเพิ่มไขมันดี ?! ผักใบเขียว และผลไม้  ช่วยเรื่องการทำงานของตับ ให้ทำงานกรองไขมันไม่ดีออกและเปลี่ยนบางส่วนเป็นไขมันดี และสำหรับผักหรือผลไม้บางชนิดยังสามารถผลิตไขมันดีโดยเฉพาะ เช่น อะโวคาโด ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมัน LDL และไตรกลีเซอไรด์ ธัญพืช และถั่วต่าง ๆ  […]

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำไมทานแล้วอ้วน ! Read More »

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ?

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ?

ก่อนทำเคมีบำบัดหรือคีโม ควรเตรียมตัวยังไง ? ให้พร้อมทำคีโมแบบกังวลน้อยลง ในบทความนี้มีวิธีเตรียมตัวง่าย ๆ มาให้อ่านกัน พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังทำคีโมมาให้แล้ว! การทำเคมีบำบัดจะแตกต่างไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประเภทของมะเร็งและความเหมาะสมของวิธีการรักษา ซึ่งการทำเคมีบำบัดทั้งแบบเม็ด ฉีดยา หรือการฉายรังสี โดยแต่ละแบบจะมีผลข้างเคียงที่ตามมา การเตรียมตัวก่อนทำเคมีบำบัด เป็นอีกส่วนที่จะช่วยให้ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากเคมีบำบัดได้ส่วนหนึ่ง เตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ? หลังการทำคีโม ร่างกายจะขาดน้ำไป อาจทำให้เกิดอาการพะอืดพะอมได้ โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนทำคีโมจะช่วยลดอาการขาดน้ำในร่างกายมากเกินไปได้ และควรจิบน้ำไปด้วยระหว่างการทำคีโม ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเก็บแรงไว้ตอนทำคีโม เพราะระหว่างการทำคีโมมักจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเหนื่อยล้าได้ และไม่ควรฝืนตัวเองหากรู้สึกไม่สบายตัว การทำคีโมอาจทำให้คลื่นไส้และอาเจียนได้ หรืออาจทำให้หมดแรง จึงควรทานอาหารไว้ก่อนในตอนที่ทานได้ เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร และยังช่วยเพิ่มสารอาหารไปบำรุงร่างกายอีกด้วย หลายคนมักกังวลใจมากที่ต้องได้รับการคีโม ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ฉะนั้นควรดูแลตัวเองให้จิตใจปลอดโปร่ง และคลายความเครียดให้น้อยลง จะช่วยให้รู้สึกเต็มที่กับการรักษา และผ่านการรักษาไปด้วยดีได้ สำหรับผู้ที่จะได้รับการทำเคมีบำบัดแบบฉายแสงบริเวณศีรษะ หรือลำคอ ควรรักษาสุขภาพฟันก่อน เพราะสามารถเกิดการติดเชื้อในรากฟัน หรือติดเชื้อในโพรงปากได้ง่ายนั่นเอง เตรียมของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าห่มผืนเล็ก กระติกน้ำ หนังสือหรือแท็บแล็ต หรือของทานเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถทานได้ โดยการเตรียมตัวเหล่านี้เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ครอบครัวหรือตัวผู้เข้ารับคีโมควรทำตามคำแนะนำแพทย์จะดีที่สุด

ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนทำเคมีบำบัด (คีโม) ? Read More »

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ!

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ!

ลุกเร็วเกินไป ทำเอาหน้ามืด ไม่ใช่แค่อาการทั่วไปนะ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเรามีความดันต่ำ! และทำไมเวลาที่เราลุกจากที่นั่ง หรือแม้แต่ตอนตื่นนอนถึงหน้ามืด ถึงเป็นสัญญาณเตือนของความดันโลหิตต่ำ นั่นก็เพราะว่าคนที่มีภาวะนี้จะมีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือดที่ช้า ทำให้เวลาเราลุก ร่างกายไม่สามารถไหลเวียนไปที่ศีรษะได้ทัน ทำให้รู้สึกหน้ามืด และเวียนหัวด้วยนั่นเอง ซึ่งคนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ จะเสี่ยงมีภาวะ STROKE สูง จึงควรรีบหาวิธีดูแลโดยเร็ว… สาเหตุของภาวะความดันต่ำ ภาวะความดันต่ำมักเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งเกี่ยวโยงกับทั้งปัญหาสุขภาพส่วนอื่น ๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด หรือแม้แต่ฮอร์โมนเอง โดยความดันต่ำอาจมีสาเหตุการเกิดดังนี้  สัญญาณเตือน ภาวะความดันต่ำ! วิธีช่วยเพิ่มความดันให้เหมาะสม เสริมธาตุเหล็ก ด้วยผัก หรือผลไม้  ธาตุเหล็กจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินและปรับสมดุลความดันโลหิต และเสริมการทำงานของเลือดได้ ซึ่งธาตุเหล็กมักอยู่ในผักใบเขียว และผลไม้บางชนิด เช่น มะขามป้อม ส้ม ผักโขม หรือบรอกโคลี ทานเกลือ หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง  เพราะสามารถช่วยเรื่องความดันเลือดได้ดี แต่ควรทานให้พอดี หรือไม่มากจนเกินไป เพราะเสี่ยงที่จะเป็นปัญหาสุขภาพในส่วนอื่นได้  ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย  การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยป้องกันการขาดน้ำ ซึ่งเสี่ยงมีความดันที่ต่ำลง หรือการดื่มเครื่องดื่มประเภทที่มีคาเฟอีน ก็สามารถช่วยกระตุ้นความดันได้ดีเช่นกัน แต่ไม่ควรดื่มบ่อย ๆ หรือเกินวันละ

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด เวียนหัว สัญญาณเตือนความดันต่ำ! Read More »

MPLSEO M6 Post 17

3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! (ฉบับพ่อ-แม่มือใหม่)

ที่ลูกชอบแหวะนมหลังทานเสร็จ เพราะอาจไม่ได้ทำสิ่งนี้! ในบทความนี้มี 3 ท่าง่าย ๆ ทำให้น้องเรอและจะช่วยลดการแหวะนมได้! อาการแหวะนมมักเกิดจากที่กระเพาะของน้องยังไม่เติบโตจนทำงานได้ดีพอเหมือนของพวกเรา เขาจึงต้องมีตัวช่วยให้น้องรู้สึกสบายตัวหลังทานเสร็จ วิธีที่นิยมใช้ก็คือ ทำให้เรอ เพราะเป็นการเอาลมออกจากท้อง ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องผูกได้นั่นเอง แต่ลักษณะอาการของการแหวะนมจะสับสนได้ง่าย เพราะมีความคล้ายการอาเจียนด้วยภาวะอื่น ๆ เช่น กรดไหลย้อน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่ามันคือการแหวะนมจริง ๆ  ? ดูยังไงว่า แหวะนม หรืออาเจียน ? ทั้งสองอาการมีความแตกต่างกันมาก โดยสามารถสังเกตได้จาก สี และลักษณะของสิ่งที่ออกมาจากปากน้อง ๆ ซึ่งอาการแหวะนม จะมาในลักษณะสีขาวขุ่น และมักเกิดขึ้นหลังจากการทานนมแล้ว ด้วยการเติบโตของกระเพาะอาหารยังไม่ดีมาก ทำให้ไม่สบายตัวหลังทานนมเข้าไป  ส่วนอาเจียนจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นทันที แบบที่ไม่ตั้งตัว มักมีสาเหตุจากอาการป่วยอื่น ๆ เช่น กรดไหลย้อน สาเหตุที่ลูก “แหวะนม” สาเหตุที่ทำให้เด็กทารกแหวะนม มักมาจากความผิดปกติในร่างกายที่ทำให้น้องไม่สบายตัว เช่น   3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! 1.ท่าอุ้มพาดบ่า  โดยให้หน้าอกของลูกแนบกับอกของคุณแม่และคางของลูกอยู่บริเวณบ่าของคุณแม่ ใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะและลำตัวของลูก ส่วนอีกข้างลูบหลังเบา ๆ

3 ท่าให้ลูกเรอ ป้องกันลูกแหวะนม! (ฉบับพ่อ-แม่มือใหม่) Read More »

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ?

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ?

หลังผ่าตัดควรกินอะไร ถึงช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว และไม่ควรกินอะไรบ้าง ? ใครที่ต้องดูแลตัวเองหรือคนอื่น ๆ หลังผ่าตัดต้องอ่านบทความนี้!  หลังการผ่าตัดทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กน้อย ไปจนถึงการผ่าตัดใหญ่ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดจะต้องถูกดูแลเป็นพิเศษ และควรปฏิบัติตามแผนการฟื้นตัวของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ  โดยหลายคนอาจสงสัยว่า เราควรดูแลตัวเองยังไงหลังผ่าตัด ? และควรจะทานอาหารแบบไหนที่ช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมาก! เพราะการกินอาหารเป็นอีกส่วนหลัก ๆ ที่จะช่วยเรื่องการฟื้นตัวหลังผ่าตัดเลย งั้นเรามาดูกันว่า อาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง และมีเทคนิคดูแลแผลผ่าตัดสั้น ๆ มาให้อ่านกันด้วย! แผลผ่าตัด ดูแลยังไง ? ควรรักษาแผลผ่าตัดให้สะอาดอยู่เสมอ และควรลดการกดทับของแผล เช่น แผลที่บั้นท้าย แผลที่ข้อพับ หรือแผลบริเวณที่ต้องทิ้งน้ำหนักลงที่นอน เพราะอาจทำให้เลือดไม่เดิน และอาจทำให้แผลผ่าตัดเกิดการฉีกได้ รวมถึงควรติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด และควรลดการใช้งานหรือออกกำลังกายบริเวณที่มีแผลผ่าตัด นอกจากนี้เรื่องของอาหารการกินก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจหลังการผ่าตัดทุกแบบ เพราะร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อไปเสริมการทำงานของร่างกาย และหากรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ส่งผลต่อแผลผ่าตัดได้ 5 อาหารที่ควรกินหลังผ่าตัด 1.ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม และธัญพืช ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มช่วยเสริมไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรต เพิ่มพลังงานให้ฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากการผ่าตัด ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มการทำงานของระบบประสาทและสมอง

กินอะไรช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ? Read More »

พฤติกรรมไหนบ้าง ที่เสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต

พฤติกรรมไหนบ้าง ที่เสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต

อัมพฤกษ์ อัมพาต อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด หากยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่! บางครั้งเราก็ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ในแบบของเราแต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าบางพฤติกรรมก็เสี่ยงป่วยได้แบบคาดไม่ถึง  ตัวอย่างเช่น รับประทานอาหารรสหวานทุกวัน อาจทำให้ส่งผลต่อเส้นประสาทและเกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้นั่นเอง! ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก และเราอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว ในบทความนี้เราจะมาบอกเองว่า พฤติกรรมไหนบ้าง ที่เสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต ก่อนอื่นเราลองไปทบทวนความหมายของภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาตกันก่อน! อัมพฤกษ์ อัมพาต คืออะไร ? อัมพฤกษ์และอัมพาต เป็นภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกประเภทหนึ่ง โดยเกิดจากการเกิดอุบัติเหตุบริเวณศีรษะหรือมีระบบไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะอัมพฤกษ์และอัมพาต สาเหตุทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพฤกษ์ อัมพาต ต่างกันยัง ?อ่านเพิ่มเติมที่นี่! พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพฤกษ์และอัมพาตไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นได้ง่ายเหมือนอาการป่วยบางประเภท แต่ภาวะนี้มักเกิดจากอาการป่วย หรือความผิดปกติในร่างกายส่วนอื่นที่ส่งผลต่อระบบประสาทและสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) หลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือโรคตับ โดยพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต มีดังนี้ 1.รับประทานอาหารรสหวานมากเกินไป หรือรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง คนที่ทานอาหารรสหวานเป็นประจำ

พฤติกรรมไหนบ้าง ที่เสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต Read More »

อัมพฤกษ์ อัมพาต ต่างกันอย่างไร ?

อัมพฤกษ์ อัมพาต ต่างกันอย่างไร ?

เป็นอัมพฤกษ์ หรือเป็นอัมพาต ต่างกันยังไง ?! ทั้งสองก็มีความหมายเหมือนกัน แต่ทำไมต้องแยก ? หลายคนอาจเชื่อว่าทั้งสองมีความหมายที่เหมือนกัน หรือแม้แต่เชื่อว่ามันคือภาวะเดียวกัน แต่เปล่าเลย! ต้องบอกก่อนว่าทั้งสองเป็นภาวะผิดปกติในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งจะมีลักษณะของสาเหตุการเกิดที่คล้ายกัน  แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือความหมายของทั้งสองภาวะ!!  สำหรับอัมพฤกษ์และอัมพาต เป็นภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกประเภทหนึ่ง โดยทั้งสองภาวะมีสาเหตุเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และเหมือนกันเป็นอย่างมาก เช่น การเกิดอุบัติเหตุบริเวณศีรษะหรือมีระบบไหลเวียนของเลือดไม่ดีพอ ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะอัมพฤกษ์และอัมพาตได้นั่นเอง อัมพฤกษ์และอัมพาต เกิดจากอะไร ? อัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากความผิดปกติ หรือเกิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองและเส้นประสาท โดยอาจมีความเกี่ยวข้องกับภาวะอื่น ๆ ได้ เช่น  ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ  หยุดทำงานชั่วคราว ในบางกรณีอาจหยุดทำงานถาวร โดยอัมพฤกษ์และอัมพาตเป็นโรคในกลุ่มเดียวกัน  อัมพฤกษ์และอัมพาต ต่างกันยังไง ? อัมพฤกษ์และอัมพาตแตกต่างกันที่ แรงในการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยอัมพฤกษ์จะยังสามารถขยับแขน ขา หรือส่วนที่ได้รับผลกระทบได้อยู่ และจะรู้สึกชาบ้างเป็นบางครั้ง   ในทางตรงกันข้าม อัมพาตคือภาวะที่ไม่สามารถขยับ หรือเคลื่อนไหวแขน ขาที่ได้รับผลกระทบได้เลย และจะไม่รับรู้ความรู้สึกในส่วนนั้น ๆ โดยสมบูรณ์     ระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันของการสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อ จะบอกได้ว่าเส้นประสาทหรือความรุนแรงที่เกิดกับเส้นประสาทอยู่ในระดับไหน โดยผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์จะมีความเสียหายหรือผลกระทบจากภาวะที่กล่าวไปได้น้อยกว่า

อัมพฤกษ์ อัมพาต ต่างกันอย่างไร ? Read More »

อัมพฤกษ์ อัมพาต รู้ทัน ป้องกันได้

อัมพฤกษ์ อัมพาต รู้ทัน ป้องกันได้

เจ็บจี๊ดไปทั่วร่าง เพราะเหน็บชา! หรือรู้สึกเจ็บเหมือนเข็มแทง บริเวณแขนบ้าง ขาบ้าง บางทีก็เป็นถึงครึ่งหนึ่งของร่างกายเลย! แต่รู้ไหมว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของอัมพฤกษ์ อัมพาตก็ได้… อัมพฤกษ์และอัมพาต เกิดจากอะไร ? อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกประเภทหนึ่ง ที่ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะที่เกี่ยวกับหลอดเลือด หรือระบบประสาทและสมอง เช่น หลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) ซึ่งทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมอง เส้นประสาทหรือแม้แต่กล้ามเนื้อได้ หรือเกิดได้จากโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทและสมองโดยตรง จึงทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วคราว โดยทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นโรคในกลุ่มเดียวกัน   อัมพฤกษ์และอัมพาต เหมือนกันไหม ? ทั้งสองอาการจะมีลักษณะร่วมที่คล้ายกัน และแตกต่างกันในบางจุด ซึ่งสามารถแยกอาการของอัมพฤกษ์ และอัมพาตได้ดังนี้ อัมพฤกษ์ (Paresis) อัมพาต (Paralysis) เกิดจากการทำงานผิดปกติของเส้นประสาทบางส่วน เช่น การมีหลอดเลือดตีบ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้เส้นประสาททำงานติดขัด เกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทและสมอง เช่น ความผิดปกติที่ไขสันหลัง หรือการกระทบกระแทกของศีรษะ ขยับได้เพียงเล็กน้อย ร่างกายอ่อนแรง กล้ามเนื้อไม่สามารถขยับได้เลย รู้สึกชา และเจ็บเหมือนถูกเข็มแทง ไม่รู้สึกในส่วนนั้น ๆ มักเกิดเฉพาะบางส่วน

อัมพฤกษ์ อัมพาต รู้ทัน ป้องกันได้ Read More »

MPLSEO M4 Post 12

สัญญาณเตือน…อาการเริ่มต้นของโรคตับ! มีอะไรบ้าง ?

อาการเริ่มต้นของโรคตับ! ‘ตับ’ หนึ่งในอวัยวะที่สำคัญมากที่สุดในร่างกาย เพราะมีการทำงานที่หลากหลาย และเป็นส่วนที่เกี่ยวโยงทุกส่วนในร่างกายไว้ที่นี้ เช่น ลำเลียงเลือด ฟอกสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย หรือการทำงานของฮอร์โมนเองก็ดี ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ต้องดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องดูแล ตับ! และเมื่อตับทำงานผิดปกติ ร่างกายก็จะสามารถตอบสนองอาการเหล่านั้นได้แทบจะทันที เราจึงควรสังเกตให้เป็นว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นในร่างกายเราไหม แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าตับเราเริ่มทำงานผิดปกติ หรือมีความเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคตับแล้ว… โดย โรคตับ หรือภาวะที่ตับทำงานผิดปกติ จะถูกแบ่งเป็นหลายชนิด และโรคตับแต่ละชนิดก็มีสาเหตุที่ต่างกันไป เช่น การเลือกทานอาหาร ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ (เช่น เลือดจาง) หรือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งจะนำไปสู่โรคและความเสี่ยงที่อาจเกิดต่อตับได้นั่นเอง โรคตับ มีแบบไหนบ้าง ? และยังมีอีกหลายโรคที่มีอาการของตับทำงานผิดปกติ และกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของเราโดยตรง โดยทุกคนสามารถสังเกตอาการเริ่มต้นของโรคตับได้ง่าย ๆ และมาดูกันว่าเราเสี่ยงเป็นโรคตับหรือยัง ?! อาการเริ่มต้นของโรคตับ ทางร่างกาย ทางความรู้สึก หรือการใช้ชีวิต เสี่ยงเป็น ‘โรคตับ’ ควรเลี่ยงอะไรบ้าง ? ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคตับทุกแบบหรือผู้ที่เป็นโรคตับแล้วมักมีสาเหตุมาจากนิสัยการทานอาหารบางประเภทมากเกินไป และแน่นอนว่าการได้รับอะไรมากเกินไปมักส่งผลต่อสุขภาพเสมอ  ทางที่ดีควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการลดหรือเลี่ยงการทานอาหารประเภทนั้น ๆ ลงสักหน่อย จะทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น

สัญญาณเตือน…อาการเริ่มต้นของโรคตับ! มีอะไรบ้าง ? Read More »

มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ?!

มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ?!

ปัญหากวนใจทำยังไงก็ไม่หาย! มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ? แล้วผิดปกติไหม ? มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ?! ในบทความนี้มีคำตอบ พร้อมวิธีแก้เสมหะในคอมาให้อ่านกันแล้ว!  การมีเสมหะในคอหลังตื่นนอนเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่ถ้าถามว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ค่ะ หากทุกท่านมีอาการดังกล่าวแต่ดีขึ้นหลังแก้ไขอาการเบื้องต้นไปแล้ว เช่น ดื่มน้ำ หรือขับเสมหะออก ส่วนใหญ่อาการที่หายได้เองแบบนี้มักเกิดจากสาเหตุเล็กน้อย และไม่ส่งผลต่อร่างกาย ทั้งนี้ความผิดปกติของอาการมีเสมหะหลังตื่นนอน จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เกิด เช่น มีเสมหะในคอหลังตื่นนอนทุกวัน และมีลักษณะของเสมหะที่ผิดปกติไป เช่น สี และความเหนียวข้น ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกหลักว่ามีความผิดปกติเกิดในร่างกายหรือไม่นั่นเอง สีของเสมหะบอกสุขภาพแบบไหนในตัวคุณ! ลองอ่านบทความนี้ ‘เสมหะ สัญญาณโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ’    มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ? เกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่แบบที่ไม่รุนแรง ถึงแบบที่เกิดจากปัญหาสุขภาพภายในที่คาดไม่ถึง โดยทั่วไปแล้วอาการมีเสมหะในคอหลังตื่นนอนมักเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สาเหตุของเสมหะในคอหลังตื่นนอน! โดยร่างกายจะถูกกระตุ้นด้วยสาเหตุเหล่านี้ และทำให้เกิดเสมหะ และหากมีเสมหะมากเกินไป เสมหะจะจับตัวเป็นก้อนเหนียว และส่งผลให้ระคายเคืองในคอได้นั่นเอง มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน ผิดปกติหรือไม่ ? ใครที่ตื่นมาแล้วรู้สึกระคายเคืองในคอ หรือมีเสมหะ โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีความผิดปกติอะไร อาจไม่ใช่ความผิดปกติที่ร้ายแรง ซึ่งจะมีอาการหลังตื่นนอน และหายไปเองเมื่อทุกคนแก้ไขอาการเบื้องต้น

มีเสมหะในคอหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ?! Read More »

Scroll to Top