แบบองค์รวม

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน

อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือรู้สึกไม่มีแรงบ่อย ๆ อย่าคิดว่าเป็นเพียงความเพลียจากการทำงานหนัก แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าระบบภายใน โดยเฉพาะ “ระบบเลือด และหลอดเลือด” กำลังเสียสมดุล!  และหากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างอัมพฤกษ์ อัมพาตได้! หากไม่รีบดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำไม “ใจสั่น-เหนื่อยง่าย” ถึงอันตรายกว่าที่คิด? สาเหตุของอาการใจสั่น และเหนื่อยง่าย มักเกิดได้จากวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน หรือภาวะผิดปกติกับร่างกาย สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต สาเหตุจากภาวะผิดปกติในร่างกาย รู้จัก “อาน เก็ง อี้” ตำรับสมุนไพรตอบโจทย์ปัญหาหัวใจและเลือด สมุนไพรจากแบแปะเลี้ยง “อาน เก็ง อี้” (On Kung Pills) ตัวช่วยในการดูแลระบบเลือดและหัวใจโดยเฉพาะ  โดยมีสรรพคุณหลักในการลดความดันโลหิต บำรุงระบบไหลเวียนเลือด และช่วยลดการสะสมไขมันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการหน้ามืด วิงเวียน และอ่อนแรง วิธีการรับประทาน “อาน เก็ง อี้” ดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน เริ่มต้นที่การป้องกัน อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น และไม่มีแรง จะดีขึ้นได้หากเราดูแลหลอดเลือดให้สะอาดและแข็งแรงอยู่เสมอ การทาน อาน […]

แก้อาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ไม่มีแรง ด้วยสมุนไพรจีน Read More »

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง”

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง”

พฤติกรรมที่ชาววัยทำงานต้องเคยทำ นอนดึก-ตื่นเช้า ทานอาหารไม่ตรงเวลา แถมชอบมากพวกอาหารที่มีน้ำตาลสูง ๆ เนี้ย แต่ทุกคนรู้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงทำให้ต่อมหมวกไตพังมากกว่าที่คิด! เพราะจะทำให้ต่อมหมวกไตต้องทำงานหนักกว่าเดิม ซึ่งต่อมหมวกไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการเปลี่ยนอาหารที่เราทานเข้าไป เป็นพลังงานให้กับร่างกายนั่นเอง ต่อมหมวกไตยังมีความสำคัญในระบบอื่น ๆ เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญพลังงาน ความดันเลือด และความเครียด พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่เราทำ โดยเฉพาะคนที่โหมใช้ร่างกายหนักเกินไป และไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งไม่ใช่แค่ต่อมหมวกไตที่พัง แต่ร่างกายส่วนอื่นก็ด้วย! ไปเช็กกันว่าเราตรงกับข้อใดบ้าง… 5 พฤติกรรม “เสี่ยง” ต่อมหมวกไตพัง! ต่อมหมวกไตเริ่ม “ล้า” ร่างกายจะฟ้องอย่างไร? กู้คืนระบบ “ต่อมหมวกไต” ให้กลับมาฟิตเหมือนเดิม อ่านเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมที่นี่ สมุนไพร กู เต็ก อี้ ต่อมหมวกไตเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญมากไม่ต่างจากส่วนอื่น และยังเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนชั้นดีของร่างกาย ฉะนั้นจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลต่อมหมวกไตไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้อง “ฟังเสียงร่างกาย” ให้มากขึ้น อย่าฝืนใช้งานร่างกายจนเกินขีดจำกัด อย่าลืมหันมาดูแลตัวเองและพักผ่อนให้มาก ๆ เพราะหากต่อมหมวกไตเสื่อมลง ระบบอื่น ๆ ในร่างกายก็จะรวนตามไปด้วย ไม่ต่างกับเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม รู้ทัน !

นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย ชอบกินหวาน เสี่ยง “ต่อมหมวกไตพัง” Read More »

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ?

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ?

เคยได้ยินกันมาตลอดเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่” แต่เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมต้องมีสายพันธุ์ A สายพันธุ์ B ? แล้วทั้งสองต่างกันไหม ? เราลองมาอ่านเพิ่มเติมในบทความนี้กัน ไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B หรือแม้แต่สายพันธุ์ C โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีอาการ และความรุนแรงต่างกัน ซึ่งเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย และเนื่องจากอาการของไข้หวัดนั้นใกล้เคียงกับโรคโควิด-19 มาก จึงทำให้อาจเกิดความสับสนได้ ฉะนั้นควรได้รับการตรวจโดยแพทย์อย่างถูกต้องถึงจะวินิจฉัยได้ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A (Influenza A) สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ทั้งคนและสัตว์ โดยเฉพาะ นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หรือหมู และมักมีอาการอยู่ถึง 1 อาทิตย์ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงวัยด้วย) เชื้อจะกลายพันธุ์ได้เร็ว อาการ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B (Influenza B) สายพันธุ์นี้จะเป็นกันเยอะ และแพร่กระจายจากคนสู่คนเท่านั้น  อาการ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร ? Read More »

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล!

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล!

ฮอร์โมน คือ สารที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย และมีหลายประเภท จึงทำให้บางครั้งหากมีการหลั่งฮอร์โมนบางประเภทมากเกินไป หรือฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล จะทำให้อวัยวะส่วนนั้นที่ได้รับฮอร์โมนอาจทำงานได้ไม่ดี  ซึ่งอาการปวดท้องน้อย และประจำเดือนมาช้าหรือไม่มาก็เป็นหนึ่งในอาการที่เกิดจากฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนั่นเอง แต่แล้วภาวะที่ฮอร์โมนไม่สมดุลมันเกิดจากอะไรได้บ้าง แล้วส่งผลต่อการมีประจำเดือนของสาว ๆ ได้อย่างไร ? ฮอร์โมน กับประจำเดือน ฮอร์โมนจะส่งผลต่อแทบจะทุกส่วนในร่างกาย โดยฮอร์โมนที่มีผลต่อการมีประจำเดือนของสาว ๆ มากที่สุด ก็คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนตัวนี้ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป ก็สามารถทำให้การมีประจำเดือนผิดปกติไปด้วย เช่น มาช้า ขาดประจำเดือน หรือมีสี กลิ่น และปริมาณที่ผิดปกติ ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่เพียงพอ ทำให้… นอกจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีความสำคัญต่อวัยทองมาก เพราะฮอร์โมนยังมีผลต่อการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่กระดูกเปราะ ฉะนั้นการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือร่างกายไม่ได้รับฮอร์โมนนี้อย่างเพียงพอ ก็อาจทำให้มีปัญหาสุขภาพหลายอย่างตามมา  วิธีเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ปรับสมดุลร่างกายก่อนมีประจำเดือน แปะ ห่ง อี้ ช่วยเรื่องเหล่านี้.. อ่านข้อมูลสมุนไพร แปะ ห่ง อี้ ได้ในบทความนี้ – ‘สมุนไพรคู่ใจสตรี แปะ

ปวดท้องน้อย แต่ประจำเดือนไม่มา เพราะฮอร์โมนไม่สมดุล! Read More »

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด!

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด!

ความเครียดอาจไม่ใช่แค่อาการที่ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่อาจส่งผลถึงสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราด้วย โดยความเครียดเป็นอาการที่อาจทำให้รู้สึก ปวดหัว (โดยเฉพาะส่วนไมเกรน) มึนหัว บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้จากความเครียด หรือเรียกว่า เครียดลงกระเพาะ นั่นเอง และยังมีภาวะอื่น ๆ ที่เกิดได้จากความเครียดด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดัน หรือระบบภูมิคุ้มกันก็ตาม! ต้องกล่าวว่า ความเครียด คืออาการหนึ่งที่เกิดจากความรู้สึกของคนคนหนึ่งอย่าง ความกลัว ไม่ว่าจะมาจากความกลัวในคน สัตว์ สิ่งของ (Phobia) หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (PTSD) หรือแม้แต่การรู้สึกกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยความเครียดมักเกิดได้เป็นระยะ ๆ (ไม่เหมือนกับซึมเศร้าที่จะมีอาการเครียดตลอดเวลา และเป็นติดต่อกันนาน ๆ) ความเครียดเกิดจากอะไร ? ความเครียดมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่ตายตัว แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า แต่ก็มีปัจจัยของการเกิดความเครียดอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น ฮอร์โมน หรือการใช้ชีวิตในประจำวันของเราอย่าง การทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง นั่นจึงทำให้ผู้ที่มีความเครียดจะไม่ค่อยพูดคุย หรือร่วมกิจกรรมกับคนหมู่มาก ความเครียดส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ? การที่มีความเครียดมากเกินไปก็อาจทำให้ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ อย่างที่เขียนในตอนต้น  ซึ่งจะเห็นได้ว่าความเครียดสามารถส่งผลต่ออวัยวะในร่างกายหลายส่วนมาก แต่เพราะอะไรกันนะ ?

เครียดที่ใจ แต่สุขภาพไปไกลกว่าที่คิด! Read More »

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ตัวร้อนจี๋ จนรู้สึกได้แม้อยู่ในห้องแอร์ก็ตาม แต่กลับไม่มีอาการไข้ใด ๆ เลย! ถ้าเป็นแบบนี้มีสาเหตุอะไรบ้าง ? และควรรีบไปพบแพทย์ไหม ?  มาอ่านไปด้วยกันในบทความนี้เลย อาการตัวร้อนเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกาย บางครั้งก็มาจากอากาศภายนอก โดยปกติของมนุษย์เราจะมีอุณหภูมิร่างกายที่ 36-37 องศาเซลเซียส และหากมีมากกว่าจากปกติ ก็หมายความว่าเราตัวร้อนเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ และช่วงที่ร่างกายจะร้อนรุ่มมาก ก็คือช่วงที่เราเป็นไข้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาการที่ร่างกายทำเพื่อฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่ได้รับเข้าไป และส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายมาก แต่ถ้าหากใครที่มีอาการตัวร้อน และลองสำรวจอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยแล้ว ไม่มีความผิดปกติอะไร อาจเป็นไปได้ด้วยปัจจัยอื่น ๆ ตัวร้อนแต่ไม่ใช่ไข้ แล้วเป็นอะไรได้บ้าง ? ภาวะเหงื่อออกน้อย (Anhidrosis) ภาวะที่เหงื่อจะออกน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจไม่ดีนักหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน เพราะจะทำให้ร่างกายร้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีการขับเหงื่อออกมา และถึงขั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน เช่น โรคลมแดด (Heat stroke) และตะคริวแดดได้ Tips : โดยทั่วไปร่างกายจะมีระบบระบายความร้อนในร่างกาย เช่น การขับเหงื่อ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกหิวน้ำมากกว่าตอนอุณหภูมิปกตินั่นเอง

ตัวร้อนแต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรได้บ้าง ? Read More »

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ?

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ?

เสมหะเป็นอีกสารคัดหลั่งจากภายในร่างกาย ซึ่งสามารถบอกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้ ไม่ต่างจากปัสสาวะ หรืออุจจาระ แต่แทนที่จะช่วยบ่งบอกถึงส่วนที่เป็นระบบกระเพาะ ลำไส้ หรือกระเพาะปัสสาวะ เสมหะกลับบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในปอด ลำคอ โพรงไซนัส และระบบทางเดินหายใจทั้งหมดแทน โดยวิธีสังเกตความผิดปกติที่ง่ายที่สุด ก็คือ สีของเสมหะ หรือสีของน้ำมูก ซึ่งจะบอกความผิดปกติ หรือโรคที่ต่างกันไป เช่น สีเหลือง สีเขียว หรือแม้แต่สีเข้มที่สุด สีดำ และยังมีลักษณะอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปอีกด้วย  ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง แต่ละสีของเสมหะบอกโรคอะไรได้บ้าง ? พร้อมวิธีขับเสมหะแบบง่าย ๆ ให้ทุกคนลองไปทำตามกันด้วย! เรามาลองดูไปพร้อมกันได้เลย แต่ละ สี ของเสมหะ บอกโรคอะไรได้บ้าง ? ทริกขับเสมหะด้วยน้ำเกลือ น้ำเกลือสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เหงือก และฟันได้ อีกทั้งช่วยขับเสมหะ และลดอาการระคายเคืองในคอได้! โดยทำตามขั้นตอน ดังนี้… หรือจะลองวิธีที่ง่ายกว่าในการขับเสมหะ เราขอแนะนำสมุนไพรที่จะช่วยขับเสมหะได้ ก็คือ สมุนไพร งู่ อึ่ง อี้ นอกจากขับเสมหะ สมุนไพร งู่ อึ่ง

สีของเสมหะ บอกโรคได้ไหม และแต่ละสีบอกโรคอะไรบ้าง ? Read More »

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน!

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน!

ทุกคนคงได้ยินโรคกรดไหลย้อน (หรือ Gastro-Esophageal Reflux Disease (GERD)) กันมาบ้างแล้ว ก็คือภาวะของกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร หรือช่วงคอหอย ซึ่งจะทำให้มีอาการแสบร้อนในคอ และอาจส่งผลให้มีอาการจุกเสียดที่ลิ้นปี่ถึงหน้าอก หรือรู้สึกแน่น ๆ ในท้องได้ แต่บางคนก็อาจไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่  โดยอาการของโรคกรดไหลย้อน  มักเป็นอาการที่ค่อนข้างสังเกตได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ยากถึงขั้นที่เราเดาไม่ได้ ด้วยอาการของกรดไหลย้อนคืออาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ใกล้ตัว และยังเป็นอาการทั่วไปที่จะเป็นตอนที่มีไข้ หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการแพ้อาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการไอ เป็นต้น อาการของกรดไหลย้อน อาการจุกเสียด แน่นท้อง เป็นอีกอาการที่ทุกคนสามารถบอกได้ว่า เราอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน และจากอาการอื่น ๆ  สาเหตุของกรดไหลย้อน สาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนมีหลายปัจจัยของการทานอาหาร หรือแม้แต่ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ หรือโรคลำไส้แปรปรวน หากไม่รีบดูแลก็อาจทำให้เป็นอาการเรื้อรัง และกลับมาเป็นซ้ำได้ บอกลากรดไหลย้อนแค่เปลี่ยนวิธีกิน เปลือกส้มยา ตัวช่วยเรื่องในท้อง… อ่านข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่บทความนี้ ‘เปลือกส้มยา’ กรดไหลย้อน และโรคกระเพาะอาหาร ต่างกันไหม ? และอาการของกรดไหลย้อนมักทำให้เข้าใจผิดกับ โรคกระเพาะอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการรู้สึกแสบร้อนบริเวณท้อง และเกิดเฉพาะตอนที่หิว

รู้สึกจุกเสียด แน่นท้อง แบบนี้อาจเป็นกรดไหลย้อน! Read More »

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง!

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง!

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยตอนดูซีรีส์ดราม่า! แต่เป็นอาการปวดอวัยวะตับที่เกิดขึ้นได้จริง ๆ และหลายคนอาจมีอาการโดยไม่รู้ตัว… ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยกรองสารพิษต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ และยังมีหน้าที่สร้างไขมันดีที่จะช่วยกำจัดไขมันไม่ดีอีกด้วย แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตับมีอาการปวดได้ และจริง ๆ แล้วอาการปวดตับมีอยู่จริงหรือไม่ ? ปวดตับ มีจริงไหม ? อาการปวดตับมีอยู่จริง โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นบริเวณหน้าท้องด้านขวา และอาจปวดลามไปถึงหน้าอก ไหล่ และคอได้ ซึ่งจะมีทั้งอาการปวดแบบจี๊ด ๆ และอาการปวดหน่วง ๆ แล้วแต่สาเหตุของอาการปวด สาเหตุของอาการปวดตับ แม้จะมีอาการปวดที่ใกล้เคียงกับบริเวณตับ แต่ก็อาจไม่ใช่เสมอไป เพราะอาจเป็นอาการปวดที่เกิดจากอวัยวะอื่นใกล้เคียง เช่น ถุงน้ำดี หรือกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้สับสนได้เช่นกัน สัญญาณเตือน ตับ ผิดปกติ แก้อาการปวดตับยังไง ? วิธีการแก้อาการปวดตับง่าย ๆ คือ การดูแลสุขภาพองค์รวม เพราะอาการปวดตับเกิดได้จากหลายสาเหตุ และตราบใดที่ยังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงกระตุ้นให้เกิดอาการปวด ก็อาจทำให้มีอาการปวดเรื้อรังได้ 3 วิธีแก้ปวดตับ! อาการปวดตับมีอยู่จริง และด้วยตำแหน่งอาการปวดอาจทำให้สับสนกับอาการปวดท้องอื่น ๆ ได้

ปวดตับ ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่ปวดจริง! Read More »

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด !

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด !

ท้องอืดบ่อย  ๆ ไม่ใช่แค่น่ารำคาญ แต่ยังส่งผลกับร่างกายมากกว่าที่คิด ใครเริ่มมีอาการแล้วมาแก้ไขด่วน!!! ท้องอืดคือภาวะที่มีลม หรือแก๊สในท้องมากเกินไป ทำให้เกิดอาการจุกเสียดและปวดบริเวณหน้าท้อง โดยการที่มีแก๊สในท้องมากเกินไปอาจไม่ได้ส่งผลแค่ส่วนเดียว แต่ยังสามารถส่งผลกับร่างกายส่วนอื่นได้ โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่กระเพาะไปจนถึงลำไส้ใหญ่ และเนื่องด้วยภาวะนี้ เป็นภาวะที่มีการสะสมของลมมากกว่าปกติ ก็อาจทำให้สัดส่วนพื้นที่ของอวัยวะเบียดกัน จนเกิดอาการจุกเสียด และสำหรับผู้หญิงอาจรู้สึกมากขึ้น เมื่อมีประจำเดือนเพราะมดลูกหนาตัวด้วย  โดยภาวะท้องอืดสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางสาเหตุอาจทำให้อาการมากขึ้น เพราะมีการสะสมแก๊สมากขึ้นนั่นเอง สาเหตุที่ท้องอืดบ่อย ๆ  ท้องอืดบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นอะไรบ้าง ? อาการท้องอืดสามารถบอกสัญญาณจากโรคอื่นได้ โดยหากมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ มักเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้  แก้ท้องอืดด้วยวิธี… “โซว หะ อี้” สมุนไพรสำหรับคนที่ต้องการลดปัญหาหลังทานมื้ออาหาร อ่านข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่บทความนี้ ‘โซว หะ อี้’ ส่วนหลักของปัญหาท้องอืดที่เกิดบ่อย ๆ มักมาจากพฤติกรรมการทานอาหาร หากใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ ขอแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น การทานในปริมาณที่พอดี และเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยได้! และหากพบว่าตัวเรามีอาการอื่น ๆ นอกจากนี้ เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องรุนแรง

ท้องอืดบ่อย ๆ ส่งผลต่อสุขภาพกว่าที่คิด ! Read More »

Scroll to Top