“ไมโครพลาสติก” ภัยจิ๋วตัวร้าย ทำลายเซลล์สมอง

รู้หรือไม่ว่า ทุกวันนี้เราอาจกำลังกินหรือหายใจเอาพลาสติกจิ๋วเข้าไปโดยไม่รู้ตัว?

โดยพลาสติกจิ๋ว หรือไมโครพลาสติก เป็นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ที่แฝงมากับอาหาร น้ำดื่ม เครื่องสำอาง หรือแม้แต่ฝุ่นในอากาศ โดยเข้าสู่ร่างกายของเราได้สามทาง คือ

ผ่านทางการกิน – ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยที่สุด เช่น การดื่มน้ำจากขวดพลาสติก อุ่นอาหารแช่แข็ง
ผ่านทางการหายใจ – อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 สามารถถูกสูดเข้าไปพร้อมกับการหายใจ
ผ่านทางผิวหนัง – แม้จะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือยาบางชนิดก็อาจมีส่วนผสมของไมโครพลาสติกที่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้

แล้วไมโครพลาสติก เข้าไปทำลายสมองของเราได้อย่างไร ?
แทรกซึมสู่กระแสเลือด – เมื่อเรากิน หายใจ หรือสัมผัสเอาไมโครพลาสติกเข้าไป อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะสามารถแทรกซึมผ่านผนังลำไส้หรือปอด และวิ่งเข้าสู่กระแสเลือดได้

กระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง – ร่างกายจะมองว่าไมโครพลาสติกเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงพยายามกำจัด และทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เมื่อได้รับไมโครพลาสติกอย่างต่อเนื่อง การอักเสบนี้จะกลายเป็นภาวะเรื้อรัง

ทะลุผ่านแนวกั้นสมอง – ภาวะอักเสบเรื้อรังนี้เองที่ทำให้ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง (Blood-Brain Barrier) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสารอันตรายเข้าสู่สมองอ่อนแอลง และเกิดช่องโหว่ เปิดทางให้ไมโครพลาสติกเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้

รบกวนการทำงานของเซลล์สมอง – เมื่อไมโครพลาสติดเข้าไปในสมองแล้ว มันจะเข้าไปกระตุ้นการอักเสบในเซลล์สมองโดยตรง นำไปสู่การเสื่อม และการตายของเซลล์สมอง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมอย่างอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อม และอาจรวมถึงอาการสมาธิสั้นได้อีกด้วย

วิธีดูแล และปกป้องสมองจากไมโครพลาสติก

  • ลดการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เช่น พกกระติกน้ำหรือแก้วส่วนตัวแทนการดื่มน้ำจากขวดพลาสติก
  • หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติก เปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือเซรามิกในการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ เพราะความร้อนเป็นตัวเร่งให้ไมโครพลาสติกและสารเคมีอันตรายหลุดออกมาปนเปื้อนในอาหารได้ง่ายขึ้น
  • ป้องกันตัวเองจากมลพิษทางอากาศ หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูดดมฝุ่น PM2.5 ซึ่งมักมีอนุภาคไมโครพลาสติกปะปนอยู่
  • รับประทานอาหารสดใหม่ เลี่ยงอาหารแปรรูปและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เน้นอาหารที่มาจากแหล่งธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อลดการบริโภคอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป

เพราะความสะดวกกิน สะดวกใช้ อาจทำให้ของเราสมองพังไวไม่รู้ตัว

ถึงเวลาเริ่มต้นใส่ใจ และดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพสมองที่ดีในวันหน้า

อ้างอิง : รายการ Doctor’s Talk, National Library of Medicine, Environman, กรมวิทยาศาสตร์บริการ

Scroll to Top