ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม? เช็กวิธีรับมือภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ความดันสูงแต่ไม่มีอาการ อันตรายไหม?

ความดันสูงแม้ไม่มีอาการก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอาจไม่รู้สึกผิดปกติ แต่หากความดันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้

หากวัดความดันได้ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปซ้ำ ๆ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม แม้จะไม่มีอาการก็ตาม เพราะการวัดความดันเป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการตรวจพบภาวะนี้


วัดความดันได้ 140–150 แต่ไม่มีอาการ ถือว่าสูงหรือยัง?

หากวัดได้ 140–150 มม.ปรอทเพียงครั้งเดียว ยังไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง เพราะค่าความดันสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากความเครียด การออกกำลังกาย คาเฟอีน หรือวิธีวัดที่ไม่ถูกต้อง

แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ยังคงใช้ค่าความดันที่สถานพยาบาลตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป เป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย โดยควรประเมินจากการวัดมากกว่าหนึ่งครั้ง และอาจใช้การวัดความดันที่บ้านร่วมด้วยเพื่อยืนยันผล

ถ้าจะวัดความดันที่บ้านให้ใกล้เคียงค่าจริง ควรพักอย่างน้อย 5 นาทีก่อนวัด นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น วางแขนให้อยู่ระดับหัวใจ และหลีกเลี่ยงกาแฟ บุหรี่ หรือการออกกำลังกายในช่วง 30 นาทีก่อนวัด


ระดับความดันแบบไหนควรเฝ้าระวัง?

ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 มีการเพิ่มกลุ่ม “BP at risk” สำหรับผู้ที่มีค่าความดัน 130–139/80–89 มม.ปรอท เพื่อให้เริ่มติดตามและดูแลความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ขณะที่เกณฑ์วินิจฉัยความดันโลหิตสูงในสถานพยาบาลยังอยู่ที่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป

ค่าความดันควรทำอย่างไร
ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอทดูแลสุขภาพและตรวจความดันเป็นระยะ
130–139 และ/หรือ 80–89 มม.ปรอทอยู่ในกลุ่ม BP at risk ควรเริ่มปรับพฤติกรรมและติดตามค่า
140/90 มม.ปรอทขึ้นไปหากพบซ้ำ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะความดันโลหิตสูง
มากกว่า 180 และ/หรือ 120 มม.ปรอทควรวัดซ้ำและประเมินอาการ หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วยให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

หมายเหตุ: ค่าความดันเพียงครั้งเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ และเกณฑ์การดูแลอาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของแต่ละคน

ภาพอธิบายระดับความดันแบบไหนควรเฝ้าระวัง

ทำไมความดันสูงถึงมักไม่มีอาการ?

โรคความดันโลหิตสูงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะคนส่วนใหญ่มักไม่มีอาการที่สังเกตได้ชัด แม้ว่าค่าความดันจะสูงกว่าปกติ จึงไม่ควรรอให้ปวดศีรษะ เวียนหัว หรือรู้สึกผิดปกติก่อนจึงค่อยตรวจ

ในกรณีที่ความดันสูงมาก อาจพบอาการ เช่น ปวดศีรษะมาก ตามัว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือเวียนศีรษะได้ แต่การไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าความดันอยู่ในระดับปกติ วิธีที่แน่นอนกว่าคือการวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ


ปล่อยความดันสูงไว้นาน เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

เมื่อความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง หลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ต้องรับแรงดันมากขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่

  • สมอง: เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งจากหลอดเลือดตีบหรือแตก
  • หัวใจ: เพิ่มภาระการทำงานของหัวใจ และสัมพันธ์กับโรคหัวใจขาดเลือดหรือภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ไต: ความดันสูงที่ควบคุมไม่ได้สามารถทำให้หลอดเลือดในไตเสียหายและนำไปสู่ไตเสื่อมได้
  • ดวงตา: ความดันสูงอาจส่งผลต่อหลอดเลือดที่จอประสาทตาและกระทบต่อการมองเห็น

จึงไม่ควรใช้เพียงความรู้สึกว่า “ยังไม่มีอาการ” เป็นตัวตัดสินว่าความดันสูงนั้นไม่อันตราย


วิธีลดความดันด้วยตัวเอง ควรเริ่มจากอะไร?

การปรับพฤติกรรมเป็นพื้นฐานสำคัญในการควบคุมความดัน และควรทำควบคู่กับการรักษาที่แพทย์แนะนำ โดยสามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวได้ดังนี้

  • ลดอาหารเค็มและโซเดียม: ลดอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป น้ำจิ้ม และอาหารที่มีรสเค็มจัด โดย WHO แนะนำให้จำกัดโซเดียมไม่เกินประมาณ 2 กรัมต่อวัน
  • กินอาหารให้สมดุล: เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเลือกแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ตั้งเป้ากิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อยประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนัก: หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักสามารถช่วยให้ควบคุมความดันได้ดีขึ้น
  • ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์: เป็นอีกส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ติดตามความดันสม่ำเสมอ: โดยเฉพาะผู้ที่เคยวัดได้ตั้งแต่ 130/80 มม.ปรอทขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

หมายเหตุ: หากแพทย์ให้ยาควบคุมความดันแล้ว ไม่ควรหยุดยา ปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนยาเอง แม้ว่าค่าความดันจะกลับมาอยู่ในระดับปกติ เพราะอาจเป็นผลจากยาที่กำลังควบคุมความดันอยู่


อีกทางเลือกในการดูแลด้วยสมุนไพรจีน “อาน เก็ง อี้”

นอกจากการปรับอาหาร ออกกำลังกาย และติดตามค่าความดันอย่างสม่ำเสมอ สำหรับคนที่สนใจการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์สมุนไพรจีน “อาน เก็ง อี้” จากแบ แป๊ะ เลี้ยง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถใช้ดูแลสุขภาพร่วมด้วยได้

อาน เก็ง อี้เป็นตำรับสมุนไพรจีนที่รวมสมุนไพรหลายชนิดไว้ด้วยกัน เช่น ปั้นเซี่ย เทียนฮว่าเฝิ่น เทียนมั้ว หวงเหลียน หวงฉิน แก่นกฤษณา และพิมเสน เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ใช้สมุนไพรหลายชนิดร่วมกันในหนึ่งตำรับ

  • ช่วยดูแลภาวะความดันโลหิตสูง
  • ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต
  • ช่วยดูแลการสะสมของไขมันในหลอดเลือด

จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรจีนควบคู่กับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะความดันโลหิตสูงหรือกำลังใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกัน และไม่ควรหยุดหรือปรับยาความดันด้วยตัวเอง

อ่านข้อมูลสมุนไพร อาน เก็ง อี้ ได้ในบทความนี้ – สมุนไพรจีน สำหรับผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดตีบ 


ความดันสูงแค่ไหนควรไปโรงพยาบาล?

หากวัดความดันได้มากกว่า 180/120 มม.ปรอท ให้พักอย่างน้อย 1 นาทีแล้ววัดซ้ำ หากค่ายังสูงมากควรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำโดยเร็ว

แต่หากความดันสูงระดับดังกล่าวและมีอาการร่วม เช่น

  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • แขนขาชาหรืออ่อนแรง
  • การมองเห็นผิดปกติ
  • พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
  • มีอาการผิดปกติรุนแรงเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน

ควรไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินที่มีผลต่ออวัยวะสำคัญ


Q&A คำถามที่พบบ่อยเรื่องความดันสูง

Q: วัดความดันได้ 150/90 แต่ไม่มีอาการ ต้องกินยาไหม?

A: ยังไม่สามารถตัดสินจากค่าความดันเพียงครั้งเดียวได้ค่ะ หากวัดอย่างถูกวิธีแล้วพบค่าประมาณ 150/90 มม.ปรอทซ้ำ ๆ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม ส่วนจำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับระดับความดัน โรคร่วม และความเสี่ยงของแต่ละคน

Q: ตื่นมาแล้วปวดตึงท้ายทอย เกี่ยวกับความดันสูงไหม?

A: อาจพบร่วมกันได้ แต่การปวดท้ายทอยไม่ได้หมายความว่าเกิดจากความดันสูงเสมอไป เพราะคนส่วนใหญ่ที่เป็นความดันโลหิตสูงไม่มีอาการ วิธีที่ชัดเจนกว่าคือการวัดความดัน หากปวดศีรษะผิดปกติรุนแรงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์

Q: มีวิธีลดความดันแบบเร่งด่วนไหม?

A: ไม่มีวิธีทั่วไปที่ควรพยายามทำให้ความดันลดลงอย่างรวดเร็วด้วยตัวเองค่ะ หากวัดได้สูงผิดปกติ ควรนั่งพักและวัดซ้ำอย่างถูกวิธี หากสูงมากกว่า 180/120 มม.ปรอทและมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดลำบาก ให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

รู้ทัน! สัญญาณเตือนสุขภาพ ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป… อ่านบทความความรู้สุขภาพ และเรื่องสมุนไพรเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา baepaeliang.com


อ้างอิงข้อมูล

Scroll to Top